โซฟีเทอร์เนอร์ เครียดจนนอนไม่หลับทั้งคืน ก่อนเข้าฉากสำคัญในหนัง Dark Phoenix

โซฟีเทอร์เนอร์ (Sophie Turner) ใน หนัง Dark Phoenix นั้นดูจะไม่ใช่เรื่องง่ายจริง ๆ เพราะในภาคนี้นั้นเรื่องราวทุกอย่างเริ่มต้นมาจากตัวละครตัวนี้ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง กลายเป็นตัวละครที่มีพลังมหาศาลจนผู้มีพลังจิตระดับแถวหน้าของเหล่ามิวแทนต์อย่าง โปรเฟสเซอร์เอ็กซ์ และ แม็กนีโต ก็ไม่แน่ว่าจะมีชัยเหนือเธอได้

และคนที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ก็คงรู้ว่า เธอได้สังหารหนึ่งในตัวละครสำคัญของเรื่องที่อยู่ในแฟรนไชส์เอ็กซ์เม็นมานานอย่าง มิสทีก ที่รับบทโดย เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ (Jennifer Lawrence) ซึ่งการจากไปของมิสทีกได้สร้างความสะเทือนใจและความเจ็บปวดให้กับเหล่าสมาชิกทีมอย่างรุนแรง

อ่านต่อ ถึงจะบอกว่าไม่สปอยล์ แต่หลายเสียงยืนยันว่าสปอยล์!! จิมมี คิมเมล สปอยล์ Dark Phoenix กลางรายการ

โซฟี เทอร์เนอร์ จำเป็นต้องเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดในเวลานั้นของตัวละคร จีน เกรย์ ให้มากที่สุด แน่นอนว่ายิ่งช่วงเวลาที่ตัวละครตึงเครียดกดดันจากปัญหาต่าง ๆ ที่เข้ามารุมเร้ามากเท่าไร เธอก็ต้องแสดงออกมาให้ดีที่สุด ส่งผลให้ตัวเธอเกิดความเครียดจนนอนไม่หลับข้ามคืนเลยทีเดียว

มันคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในหนัง ทุกอย่างดูรีบไปหมดระหว่างที่ถ่ายทำฉากดังกล่าว และฉันรู้สึกว่ามันหนักทีเดียว อารมณ์แบบเป็นความรู้สึกว่าตื่นเต้นมาก ๆ กับฉากนี้ ฉันร้องไห้ออกมาเพราะฉันไม่สามารถทำมันได้

ไม่กี่นาทีหลังจากนั้นฉันก็เริ่มรู้สึกถึงความไม่พอใจและความโกรธ และฉันก็คิดว่า “นี่คือสิ่งที่จีนควรจะรู้สึกแบบนี้ตอนนี้สินะ” ความจริงที่ว่าฉันไม่สามารถแสดงออกมาในฉากดังกล่าวได้อย่างถูกต้องนั้นได้ทำให้ฉันแสดงออกมาได้อย่างถูกต้องแล้ว

แม้ว่าตัวหนังกระแสเสียงวิจารณ์จะออกมาไม่ค่อยดีสักเท่าไรนัก แต่เหล่าทีมงานและนักแสดงต่างก็ล้วนทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุด หลังจากที่เข้าฉายในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นสุดสัปดาห์แรก หนังทำรายได้เฉพาะในสหรัฐฯ อยู่ที่ 33 ล้านเหรียญ และทำรายได้รวมจากทั่วโลกไป 140 ล้านเหรียญ

Dark Phoenix
ว่าด้วยเรื่องราวของ จีน เกรย์ ที่เริ่มต้นพัฒนาพลังที่ยิ่งใหญ่ ทว่ามันได้เปลี่ยนให้เธอกลายเป็นดาร์ก ฟีนิกซ์ ในเวลานี้เหล่าเอ็กซ์-เม็นจะต้องตัดสินใจระหว่างชีวิตของเพื่อนร่วมทีมจะมีค่ามากกว่ามนุษยชาติบนโลกใบนี้หรือไม่  บาคาร่า

วาคินฟีนิกซ์ เผยความรู้สึกที่ได้มาเล่นหนังเดี่ยวโจ๊กเกอร์

วาคินฟีนิกซ์ (Joaquin Phoenix) มารับบทแทน

ล่าสุดทางต้นสังกัดก็ได้ประกาศตัวหนังมีกำหนดเข้าฉายในวันที่ 4 ตุลาคม 2019 และจะเริ่มเปิดกล้องถ่ายทำได้ในช่วงฤดูหนาวที่จะถึงนี้

แม้จะยังไม่ประกาศชื่อของหนังออกมาอย่างเป็นทางการ แต่ตัวหนังก็ได้ผู้กำกับ ท็อดด์ ฟิลลิปส์ (Todd Phillips) ที่เคยกำกับหนัง War Dogs (2016), หนังแฟรนไชส์ The Hangover ไตรภาค มาทำหน้าที่กำกับหนังเรื่องนี้ด้วย

วาคีนฟีนิกซ์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อ Collider ถึงการมารับบทตัวร้ายในหนังเดี่ยวโจ๊กเกอร์ว่า

ผมใช้เวลาพินิจพิจารณานานพอสมควรเลย ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะทำงานอะไรต่อไป ซึ่งหลังจากที่ได้อ่านสคริปต์ พบกับคนทำหนัง และได้พูดคุยกับท็อดด์

ผมรู้สึกประทับใจ และดูเหมือนว่าเขาให้ความสนใจและเข้าใจโลกนี้ และสิ่งที่เขาพยายามจะพูด มันมีสิ่งที่น่าสนใจมาก ๆ เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการทำงานร่วมกับเขาในโปรเจกต์นี้ มันรู้สึกว่าไม่เหมือนใคร บางอย่างเหมือนเป็นโลกของเรา ไม่แน่ว่าบางที ความสยองจะออกมาจากตัวผมเอง ซึ่งมันอาจจะทำให้คุณกลัวสุด ๆ ไปเลยก็ได้   บาคาร่า

จอร์จลูคัส x สตีเวน สปีลเบิร์ก มิตรภาพของสองคนทำหนังผู้ทรงพลังแห่งฮอลลีวูด

จอร์จลูคัส และ สตีเวน สปีลเบิร์ก สองผู้กำกับระดับโลกโคจรมาเจอกันครั้งแรกในปี 1967 สมัยที่สปีลเบิร์กอายุได้ 18 ปี ขณะที่ลูคัสอายุได้ 20 และการพบกันครั้งนั้นได้กลายมาเป็นจุดกำเนิดของมิตรภาพของคนหนุ่มสองคน ที่ในอนาคต พวกเขาจะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฮอลลีวูดมาอย่างยาวนานตลอดหลายสิบปี

ปี 1967 เกิดการจัดงานเทศกาลหนังครั้งใหญ่ที่มหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนียร์แอลเอ (UCLA) และลูคัส -ซึ่งเป็นนักศึกษาฟิล์มจากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย- ก็ได้เข็นหนังสั้นความยาว 15 นาทีที่ตัวเองกำกับและเขียนบทออกมาฉายในชื่อ Electronic Labyrinth: THX 1138 4EB หนังที่่ว่าด้วยมนุษย์ในโลกอนาคตที่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของภาครัฐทุกระเบียดนิ้ว ความปรารถนาส่วนตัวใดๆ จะถูกนับเป็นอาชญากรรม (ในเวลาต่อมา หนังเรื่องนี้พัฒนากลายมาเป็นหนังยาวในชื่อ THX 1138 และออกฉายปี 1971) และในงานนั้น มีเจ้าหนุ่มเชื้อสายยิววัย 18 คนหนึ่งนั่งดูอยู่ด้วย และหนังล้ำโลกของลูคัสได้ส่งแรงสั่นสะเทือนไปถึงสปีลเบิร์กอย่างรุนแรง

“THX 1138 ทำผมอิจฉาแทบตาย” สปีลเบิร์กในวันที่เขากลายเป็นคนทำหนังชื่อก้องโลกไปแล้วเล่าย้อนความ “ตอนนั้นผมอายุ 18 ปีและลองกำกับหนังสั้นมาแล้วสัก 15 เรื่องได้ แต่ตอนนั้นเอง เจ้าหนังเล็กๆ เรื่องนั้นมันยอดเยี่ยมกว่าหนังทุกเรื่องที่ผมเคยกำกับมาเสียอีก”

หากแต่เส้นทางของทั้งคู่ก็ไม่ได้บรรจบกันง่ายดายนัก กว่าที่ลูคัสและสปีลเบิร์กจะหวนกลับมาเจอกันอีกครั้งก็อีกหลายปีให้หลัง เมื่อลูคัสเดินทางไปยังบ้านของ ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา (The Godfather, Apocalypse Now) และดันเห็นหนังเรื่อง Duel (1971) ของสปีลเบิร์กที่ถูกวางไว้ในมุมหนึ่งของบ้านเข้า และเมื่อลูคัสตัดสินใจเปิดหนังเรื่องนี้ดู ก็เป็นอันแน่ชัดว่าเขาถูกหนังที่ว่าด้วยนักธุรกิจที่ขับรถหรูแซงรถบรรทุก ก่อนจะพบว่าไอ้รถกระป๋องคันนั้นมันดันขับไล่ล่าเขาอย่างไม่สิ้นสุด ดึงดูดให้ติดหนึบอยู่หน้าจอโทรทัศน์นานอีกนับชั่วโมง “ผมสงสัยว่านี่มันหนังอะไรกันนะเลยหยิบขึ้นไปเปิดดู กะว่าจะดูสัก 10 หรือ 15 นาทีแค่นั้นแหละ” ลูคัสว่า “แต่พอเริ่มดูเท่านั้นแหละ ผมก็หยุดตัวเองไม่ได้เลย และเอาแต่คิดว่า ไอ้หมอนี่มันคมคายไม่เบา สงสัยต้องทำความรู้จักให้มากกว่านี้ซะแล้ว”

ในปี 1970 เมื่อลูคัสต้องเดินทางมายังลอสแองเจลิสเพื่อถ่ายหนัง American Graffiti พร้อมกันนั้นก็เปิดบ้านพักให้เหล่านักวิจารณ์หนังหน้าใหม่ๆ มาเยี่ยมเยือน ดูหนังด้วยกัน และแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นมีสปีลเบิร์ก ซึ่งตอนนั้นกำลังง่วนอยู่กับการเขียนบทหนัง The Sugarland Express อยู่ด้วย และเป็นช่วงเวลาสั้นๆ นั้นเองที่ทั้งสองทำความรู้จักกันมากขึ้น “เรากลายเป็นเพื่อนกันตั้งแต่นั้นล่ะครับ” ลูคัสว่า

และถัดจากนั้นอีกเพียงหนึ่งปีให้หลัง Jaws (1975) ของสปีลเบิร์กก็สร้างแรงสะเทือนไปทั่วฮอลลีวูด ขณะที่ลูคัสกำลังอยู่ในภาวะหวาดหวั่นกับความสำเร็จของ American Graffiti ที่กวาดเงินไปได้กว่า 140 ล้านเหรียญฯ จนดูราวกับว่า โปรเจ็กต์หนังเรื่องต่อไปของเขาที่ว่าด้วยการต่อสู้ในจักรวาลอันไกลโพ้นนั้น ดูจะเป็นเรื่องเหลวไหลและทำเงินไม่ได้

ด้วยความวิตกนี้ เขาเดินทางไปยังกองถ่าย Close Encounters of the Third Kind ที่สปีลเบิร์กกำกับ และใช้เวลาอยู่ในกองนั้นถึงสองวัน ก่อนจะพบว่า บางทีแล้วหนังที่ว่าด้วยการเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกเรื่องนี้ของสปีลเบิร์ก น่าจะทำเงินมากกว่าหนังของเขาในบ็อกซ์ออฟฟิศ

“จอร์จพักกอง Star Wars แบบประสาทเสียนิดๆ” สปีลเบิร์กเล่า “เขารู้สึกว่า Star Wars ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาวาดภาพไว้ในตอนแรก และรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังทำหนังเด็กเฉยๆ

“เขาเดินมาบอกผมว่า ‘พระเจ้า หนังของนายมันต้องเปรี้ยงกว่า Star Wars แหงๆ และคงได้กลายเป็นหนังฮิตตลอดกาลด้วย’” สปีลเบิร์กเล่า “แถมจอร์จยังบอกผมอีกว่า ‘นายเอาไปเลย 2.5 เปอร์เซ็นต์ของ Star Wars ถ้านายยอมให้ฉันได้ส่วนแบ่ง 2.5 เปอร์เซ็นต์ของ Close Encounters เหมือนกัน’ ผมเลยรับพนันเขาอะ”

แน่นอนว่าหนังของสปีลเบิร์กไม่ได้แป้ก มันทำเงินไปถึง 303 ล้านเหรียญฯ หากแต่นั่นยังเทียบกันไม่ได้กับความสำเร็จระดับปรากฏการณ์ของ Star Wars ที่กวาดไปถึง 775.4 ล้านเหรียญฯ และงอกหนังภาคต่อตามมาอีกจำนวนมาก เป็นอันว่า เมื่อคิดจากเปอร์เซ็นต์ที่ควรจะได้จากการเดิมพันในครั้งนี้แล้ว สปีลเบิร์กรับทรัพย์ไปเต็มๆ 40 ล้านเหรียญฯ จากความสำเร็จในครั้งนี้ของ Star Wars “Close Encounters ไม่ได้ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่อะไร หากแต่ Star Wars คือปรากฏการณ์” สปีลเบิร์กเล่าอย่างสุขใจ

ถัดจากนั้น ลูคัสเดินทางออกจากลอสแองเจลิสไปยังฮาวาย และชวนสปีลเบิร์กมาด้วย หากแต่ตอนนั้นเจ้าหนุ่มสปีลเบิร์กที่ดังระเบิดเป็นพลุไปแล้วจากหนังฉลาม กำลังลังเลกับเส้นทางต่อไปของเขาเพราะถูก ชับบี บร็อคโคลี โปรดิวเซอร์หนังชื่อดังชวนให้ไปกำกับแฟรนไชส์ยักษ์อย่าง James Bond

“พวก ฉันมีบางอย่างแจ่มกว่านั้นมาเสนอนาย” ลูคัสว่า “มันเรียกว่า Raiders of the Lost Ark นายสนใจไหม”

และที่ชายหาด บนเกาะแห่งหนึ่งในฮาวายนั่นเอง ที่สปีลเบิร์กบอกปัดการกำกับหนังสายลับชาวอังกฤษ เพื่อเริ่มการผจญภัยของ อินเดียนา โจนส์ ซึ่งในเวลาต่อมาได้กลายเป็นหนังมหากาพย์ทำเงินอีกเรื่องของเขา

ภายหลัง ลูคัสให้สัมภาษณ์ว่า หนึ่งในความเพลิดเพลินของเขาคือการได้ดูสปีลเบิร์กกำกับหนัง “มันเหมือนกับการได้ดูอัลเบิร์ต ไอไตน์หรือโธมัส เอดิสันทำงาน มันเหมือนการได้ดูไมเคิล จอร์แดนหรือไทเกอร์ วูดส์ลงแข่ง คืออัจฉริยะสักคนที่คุณพอจะนึกชื่อออกน่ะ”

ภายหลัง สปีลเบิร์กยังไปช่วยลูคัสออกแบบฉากบางฉากใน Star Wars: Episode III – Revenge of the Sith (2005) เพราะอยากทดลองและทำความเข้าใจกระบวนการทำงานของเทคนิคงานซีจีจากบริษัท Industrial Light & Magic ของลูคัส (ก่อนที่ในเวลาต่อมา เขาจะเป็นหนึ่งในคณะกรรมการสำคัญของ ILM ด้วย) ฟากลูคัสเองก็ยินดีอย่างยิ่งที่สปีลเบิร์กมาช่วยเพราะเขารู้สึกว่าลำพังหน้าที่กำกับ, เขียนบท, โปรดิวซ์นั้นหนักเกินไปสำหรับเขามาก (ส่วนฉากที่สปีลเบิร์กออกความเห็นนั้นคือฉากสุดอลังอย่างการดวลดาบไลต์เซเบอร์ระหว่าง โอบี วัน กับ ดาร์ธ เวเดอร์!) ต่อมานั้น ลูคัสช่วยเขียนบท Indiana Jones and the Kingdom of the Crystal Skull (2008) ให้สปีลเบิร์กด้วย

“คนมาดูหนังเพราะอยากดูความสามารถอันล้นเหลือของสตีเวนในฐานะผู้กำกับ ให้คนอื่นมาทำหนังของเขาก็ทำไม่ได้แบบเขาหรอก เขาจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น” ลูคัสกล่าว ขณะที่สปีลเบิร์กนั้นพูดถึงลูคัสอย่างชมเชยอีกทีว่า  บาคาร่า

“คนที่ผมสบายใจที่จะร่วมงานได้มากที่สุดคือจอร์จ ลูคัสครับ เขาคือหัวหน้าที่เยี่ยมที่สุดเท่าที่ผมเคยมี และเป็นหัวหน้าที่เปี่ยมพรสวรรค์ที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นด้วยเหมือนกัน”…

แสตมป์ อภิวัชร์ รวมทีมวัยรุ่นนักล่าฝัน ดูหนัง Teen Spirit ปลุกกำลังใจแห่งปี!

แสตมป์ อภิวัชร์, ต้น ธนษิต, จีน่า เดอซูซ่า, โบกี้ ไลอ้อน ไปจนถึงร๊อคสตาร์รุ่นใหญ่อย่าง หรั่ง ร๊อกเคสตร้า หรือรุ่นเล็กอย่างไอดอลวง Black Dolls และ TU Bands

ไม่เพียงแต่จะมีศิลปินที่มาพูดถึงเรื่องของเส้นทางบนสายนักร้องเท่านั้นแต่ยังมี วีรพร นิติประภา (นักเขียนนิยายรางวัล S.E.A. Write จากเรื่อง “ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต), เอิ้ต ภัทรวี, อาร์ท กฤช วิริยศิริ (อดีตมือกีตาร์วง 7th Scene) และท่านอื่นๆ อีกคับคั่งได้มาร่วมชมภาพยนตร์เรื่อง Teen Spirit ด้วยเช่นกัน

Teen Spirit
เล่าเรื่องราวการเติบโต ความฝันอันยิ่งใหญ่ ของเด็กสาวชื่อ ไวโอเล็ต วัยรุ่นสาวขี้อายที่มาจากครอบครัวอันแตกร้าวในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง แต่เธอมีความใฝ่ฝันอยากเป็นศิลปินนักร้องชื่อดัง ด้วยความช่วยเหลือจาก วลาด อดีตนักร้องโอเปรา ไวโอเล็ต จึงได้ก้าวเข้าสู่โลกของการแข่งขันร้องเพลงระดับประเทศ การแข่งขันที่จะทดสอบความยึดมั่น ความสามารถ และความทะเยอทะยานของเธอ

Teen Spirit เข้าฉายในไทย 2 พฤษภาคม 2019  วิเตราะบอล

เวนอม มาโผล่ในหนัง Spider-Man ภาคต่อที่สาม

เวนอม ที่รับบทโดย ทอม ฮาร์ดี (Tom Hardy) จาก หนัง Venom (2018) มาปรากฏตัวในหนังภาคต่อที่สามของสไปเดอร์แมน

ทวิตเตอร์ของผู้ที่ใช้ชื่อว่า Roger Wardell ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับจักรวาลหนังมาร์เวลไว้อย่างน่าสนใจ

ยังไม่มีแผนที่จะเพิ่ม เดดพูล เข้าไปในจักรวาลหนังมาร์เวลในส่วนของหนังสไปเดอร์แมนภาคต่อที่สาม แต่โซนีต้องการจะให้ ที่รับบทโดย ทอม ฮาร์ดี ไปโผล่ในหนังเรื่องนั้น เดดพูลมีหนังเดี่ยวเป็นของตัวเองแล้ว แต่ไม่เคยไปปรากฏตัวในหนังเอ็กซ์เม็นที่เป็นภาคหลักเลย มันจะเป็นเหมือนกันในจักรวาลหนังมาร์เวล

แฟนหนังหลายคนได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อทวีตนี้กันพอสมควร ซึ่งมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยคนที่เห็นด้วยนั้นมองว่า หนัง Venom (2018) ที่เข้าฉายช่วงปลายปีที่แล้วนั้นออกมาโอเค และคิดว่าการที่สองตัวละครได้มาเจอกันในหนังเรื่องเดียวกันนั้นน่าจะเป็นเรื่องที่ดี

ขณะที่อีกส่วนไม่เห็นด้วยเลย หากจะให้ เวนอม จากค่าย Sony Pictures ไปรวมอยู่ในจักรวาลหนังมาร์เวล และเชื่อว่า เควิน ไฟกี (Kevin Feige) ผู้บริหาร Marvel Studios จะไม่ยอมปล่อยให้มีคาแรกเตอร์จากจักรวาลอื่นเข้ามาอยู่ในจักรวาลหนังมาร์เวลเป็นแน่

Spider-Man: Far From Home
หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหนัง Avengers: Endgame ปีเตอร์ ปาร์เกอร์ และผองเพื่อนของเขาได้ไปเที่ยววันหยุดฤดูร้อนที่ยุโรป ทว่าที่นั่นปีเตอร์จะต้องช่วยเหลือ นิก ฟิวรี ในการตามล่าสิ่งมีชีวิตปริศนาที่สร้างมหันตภัยทางธรรมชาติที่พร้อมจะทำลายล้างทวีปนี้

วิเคราะห์บอล

แซเกอรีลีวาย เผยความรู้สึกสนุกที่ได้เป็นตัวของตัวเอง ในการทำงานหนัง Shazam!

แซเกอรีลีวาย (Zachary Levi) ได้รับบทบาทเป็นซูเปอร์ฮีโร่คนใหม่ให้กับจักรวาลหนังดีซีอย่างชาแซม ใน หนัง Shazam! ที่เพิ่งเข้าฉายไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ แต่เชื่อว่าหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า ก่อนหน้านี้เขาเคยรับบทเป็น แฟนดราล ในจักรวาลหนังมาร์เวลอย่าง Thor: Dark World (2013) และ Thor: Ragnarok (2017) ด้วย

ล่าสุดนักแสดงหนุ่มก็ได้ไปปรากฏตัวในงาน Mega Con ที่ออร์แลนโด ได้ขึ้นเวทีและตอบคำถามจากแฟน ๆ ที่เข้าร่วมฟังมากมาย โดยหนึ่งในคำถามที่น่าสนใจในครั้งนี้ก็คือ ระหว่างทำงานให้กับ หนัง Shazam! และหนังแฟรนไชส์ Thor เรื่องไหนที่เขาสนุกมากกว่ากัน ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ตอบคำถามนี้ว่า

ผมหมายถึงว่า ผมรู้สึกว่าทำงานกับดีซีแล้วสนุกกว่า ผมได้เป็นซูเปอร์ฮีโร่ของดีซี มันเป็นเรื่องที่เจ๋งมากที่ผมได้แสดงบทนี้ แม้ว่าผมจะไม่สามารถทำได้ในหนัง Thor ภาคแรก ผมได้รับบทนี้โดย เคนเน็ธ บรานาห์ (Kenneth Branagh) คนที่ผมคิดว่าเขาเป็นคนที่มีพรสวรรค์สูงมาก

นอกจากนี้ แซเกอรี ลีวาย ยังได้เปิดเผยว่าการทำงานในบทบาทของเขาในหนังแฟรนไชส์ Thor เทียบไม่ได้เลยกับบทบาทนักแสดงนำใน หนัง Shazam!

อันที่จริงเรามีเรื่องสนุก ๆ อยู่ไม่น้อย แต่เราก็ไม่ได้ทำเรื่องสนุก ๆ พวกนั้นมากเท่าไร ผมหมายถึง ใครก็ตามที่ได้ดูหนัง คุณน่าจะรู้ว่าหนังของพวกเขาไม่ได้ไปในทิศทางนั้น ผมเลยไม่ได้ทำอะไรมากเท่าไร

ผมไม่สามารถสนุกสนานได้เท่ากับการที่ได้เป็นตัวของตัวเอง ที่กลายมาเป็นเด็กอายุ 14 ในร่างของซูเปอร์ฮีโร่ผู้ใหญ่ ความสนุกสนาน เรื่องที่ชวนหัวเราะ ความสุขกายสบายใจ และจิตใจที่ดี ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นพื้นฐานสำคัญที่ได้จากหนังสนุกเรื่องนี้

เมื่อเราอยู่ในที่ที่เขาต้องการเรา เราจะมีตัวตนเสมอ และดูเหมือนว่าเขาได้อยู่ในที่ที่ตัวเขาและแฟนหนังต้องการแล้ว เชื่อว่าหลังจากนี้เขาจะแสดงความสามารถในบทบาทของชาแซมออกมาให้แฟน ๆ ได้สนุกสนานยิ่งกว่าที่ทำไว้ใน หนัง Shazam! ภาคแรกอย่างแน่นอน

ดูบอลออนไลน์

กลุ่มฟีนิกซ์ นำทัพมนุษย์โค่นกองทัพเอเลี่ยน ตัวอย่างใหม่ Captive State

กลุ่มฟีนิกซ์ กระแสแรงตั้งแต่ตัวอย่างแรกกับภาพยนตร์ไซไฟ-ระทึกขวัญ สุดเข้มข้น ไอเดียล้ำ Captive State สงครามปฏิวัติทวงโลก ที่ยอดเข้าชมพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในยูทูปและจากการคลอดใบปิดไทยที่มาตอกย้ำว่าถึงเวลาที่เราต้องทวงโลกคืน ล่าสุดกับตัวอย่างที่ 2 ส่งตรงถึงมือคุณ การันตีความมันส์ ลุ้นระทึกกับปฏิบัติการทวงคืนโลก พร้อมเปิดเผยความลับที่มีมานานกว่า 10 ปี รวบรวมความกล้า มาร่วมจุดเปลวเพลิงแห่งสงครามครั้งนี้ไปด้วยกัน รอสัญญาณ เตรียมตัวให้พร้อม! มาลุ้นกันว่าเอเลี่ยนจะได้ปกครองโลกต่อไป หรือ กลุ่มฟีนิกซ์และมวลมนุษยชาติจะปฏิบัติการได้สำเร็จ ใน Captive State สงครามปฏิวัติทวงโลก

เมื่อโลกต้องตกอยู่ใต้การปกครองของเหล่าเอเลี่ยนเป็นเวลานานถึง 10 ปี โลกจึงเสมือนไม่ใช่ดวงดาวของมนุษยชาติอีกต่อไป พบการเผชิญหน้าครั้งลุ้นระทึกระหว่าง ผู้ปกครองจากดาวดวงอื่น และ มนุษยชาติเจ้าของโลกใบนี้ในผลงานไซไฟ-ทริลเลอร์ไอเดียสดใหม่ Captive State สงครามปฏิวัติทวงโลก 21 มีนาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

ดูบอลออนไลน์

นนชานน ขอโทษผู้จัดงานสุพรรณหงส์ หลังเข้าใจผิดยังไม่ได้รางวัลตั้งแต่ปีที่แล้ว!!

นนชานน สันตินธรกุล ผู้คว้ารางวัลผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์ ฉลาดเกมส์โกง ไปในปีที่แล้วได้ขึ้นมาเป็นผู้ประกาศรางวัลผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่ยมในปีนี้ ซึ่งก่อนที่ หนุ่มนน จะประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงสาขาดังกล่าว เจ้าตัวได้เอ่ยถึงโมเมนต์หลังจากที่ตนได้รับรางวัลไปแล้วว่า

ดีใจมากครับที่ได้มายืนอยู่ตรงนี้นะครับ ปีที่แล้วได้รางวัลไป กลับเข้าไปเจอพี่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งบอกว่าเดี๋ยวพี่เอาไปสลักชื่อให้ ทุกวันนี้ยังไม่ได้รางวัลถึงมือเลยครับ (ต้นหอม “ชื่อเรายาวหรือเปล่าคะ”) ไม่แน่ใจเหมือนกันครับผม ก็ยังไงฝากส่งไปที่บ้านผมด้วยนะครับผม

หลังจากที่ได้ฟังคำพูดดังกล่าวทำเอาหลายคนอดไม่ได้ที่จะตักเตือนนักแสดงหนุ่มว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวก็ได้ออกมาขอโทษทางผู้จัดงานสุพรรณหงส์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวแล้วว่าไม่ได้สื่อสารกับทางที่บ้านซึ่งได้รับรางวัลไปแล้วเมื่อหลายเดือนก่อน จากคำพูดดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่สมควร และแสดงถึงความขาดวุฒิภาวะ เพราะต่อให้ในความเป็นจริงนั้นไม่ได้รับจริงๆ ก็ไม่ควรพูดออกไปแบบนั้นอยู่ดี

“พี่สตาฟเดินมาหาผม แล้วเอารางวัลผมไปบอกว่าเดี๋ยวจะไปสลักชื่อ ทุกวันนี้ ผมยังไม่ได้รางวัลนั้นเลย” นี่เป็นคำพูดของผมที่พูดออกไปในงาน #สุพรรณหงส์28 ตอนได้รับเกียรติขึ้นไปประกาศรางวัลนำหญิง คำอาจจะไม่เป๊ะนะครับ แต่ก็ประมาณนั้น ผมต้องขอโทษทุกท่านด้วยครับ

ข้อแรก รางวัลนั้นทางบ้านผมได้เมื่อหลายเดือนก่อนแล้ว ผมเป็นคนที่ไม่ได้สื่อสารกับทางที่บ้านเอง ตัวผมก็ไม่รู้นึกว่ายังไม่ได้ และ

ข้อสอง หลังจากที่ได้พูดออกไป ก็รู้สึกได้เลยว่าสิ่งที่ทำมันเป็นสิ่งที่ไม่สมควรแค่ไหน ได้แสดงถึงความไม่โตมากพอ ขาดวุฒิภาวะ เพราะต่อให้ในความเป็นจริงนั้นไม่ได้รับจริงๆ ก็ไม่ควรพูดออกไปแบบนั้นอยู่ดี

วินาทีนั้นผมตื่นเวทีมากๆ ความคิดโง่ๆ ก็ดันผุดขึ้นมาแบบไม่คิดหน้าคิดหลังก่อนว่าจะทำให้คนอื่นเสียหายในภายหลัง ความคิดตื้นๆแค่ว่า “เออ อาจจะตลกดีก็ได้มั้ง”

สุดท้ายก็เลยได้แต่ตลกตัวเองที่ทำอะไรโง่ๆ ลงไป ทางบ้านเองก็ตกใจเพราะไม่ได้บอกอะไรเค้าก่อน ผมรู้สึกผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้นเลยอยากจะกราบขอโทษทุกๆท่านและทุกๆฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางผู้จัดงานสุพรรณหงส์อีกครั้งครับ

ทั้งนี้หลังจาก หนุ่มนน ได้ออกมาขอโทษทางผู้จัดงานสุพรรณหงส์ถึงความไม่เหมาะสมดังกล่าว เหล่าแฟนคลับรวมไปถึงผู้กำกับชื่อดังอย่าง ย้ง ทรงยศ ก็ได้คอมเมนต์ให้กำลังใจเจ้าตัวกันอย่างล้นหลาม

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.mthai.com

เซธโรเกน ประกบคู่นักแสดงสาวในหนัง ก่อนมาเจอ ชาร์ลิซ เธอรอน ในหนัง Long Shot

เซธโรเกน (Seth Rogen) นักแสดงหนุ่มที่ไม่มีคำว่าธรรมดา เพราะตั้งแต่เข้าวงการมาก็สร้างสีสันโดดเด่นสุด ๆ ถึงกับใคร ๆ ต่างก็ยกให้เป็นเจ้าพ่อหนังสายห่าม โคตรฮา ตลกตัวพ่อ แถมที่สำคัญเขายังเคยประกบคู่นักแสดงสาวสวยมาเยอะ เราเลยจะพาคุณไปย้อนวันวานผลงานของหนุ่มเซธ ที่บอกเลยว่าวินาทีหนุ่ม ๆ อาจจะอยากเป็นเขาขึ้นมาเลยก็ได้

เริ่มที่ Knocked Up ในปี 2007 เขารับบทพระเอกที่ไม่ค่อยมีอนาคต กับสาวสวยอนาคตสดใสที่แสดงโดย แคเธอรีน ไฮเกล (Katherine Heigl) ผู้กำลังก้าวสู่หน้าที่การงานระดับพิธีกร ซึ่งความพีคของเรื่องมันอยู่ที่ว่า ทั้งสองดันไปวันไนท์สแตนด์จนเกิดตั้งท้อง ชีวิตที่แตกต่างกันของคนสองคน จะเป็นอย่างไร และจะรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยวิธีไหน

ต่อมาปี 2008 เขาได้เล่น หนัง Zack and Miri Make a Porno คู่กับ เอลิซาเบธ แบงก์ส (Elizabeth Banks) ในบทบาทของรูมเมตสุดซี้ เมื่อพวกเขากำลังเจอปัญหาเรื่องเงินอย่างหนักหน่วง เลยปิ๊งไอเดียแบบเร่งด่วนด้วยการรวมตัวเพื่อน ๆ มาถ่ายหนังโป๊แบบมือสมัครเล่น ไม่รู้ว่าอย่างไร เพราะไป ๆ มา ๆ จากธุรกิจก็จะกลายเป็นความสัมพันธ์ที่ไกลเกินเพื่อนเข้าซะแล้ว

ในปี 2014 เซธก็ได้ควงแขนสาวสวย โรส เบิร์น (Rose Byrne) ในหนังเรื่อง Neighbors สวมบทบาทคู่สามีภรรยาที่เพิ่งมีลูกเล็ก แต่ดันดวงตกมีแก๊งนักศึกษาย้ายเข้ามาอยู่ข้างบ้าน กลายเป็นการปะทะสุดแสบ กับแผนป่วน ๆ ที่จะหยุดยั้งความมันของนักศึกษาเลือดร้อนจอมปาร์ตี้ให้ได้

ขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า ถึงผู้ชายคนนี้จะเจอผู้หญิงสวยมาเยอะขนาดไหน ปี 2019 นี้ เขาขอยกทั้งใจให้กับว่าที่ประธานาธิบดีสาวสตรอง ชาร์ลิซ เธอรอน (Charlize Theron) แม้ว่าคนรอบตัวจะไม่เชื่อว่าความรักระหว่างหนุ่มปากหมากับสาวเพอร์เฟกต์มันจะเป็นไปได้ แต่เขาทั้งสองคนจะพิสูจน์ให้รู้ถึงความสัมพันธ์ครั้งนี้ว่ามันเรียล ในหนังโรแมนติกคอเมดีมาแรงแห่งยุค Long Shot นายโคตรแน่ ขอจีบตัวแม่หน่อย

นายโคตรแน่ ขอจีบตัวแม่หน่อย!
ว่าด้วยเรื่องราวของ เฟร็ด ฟลาสกี นักข่าวหัวขบถมากฝีมือที่มักจะแกว่งเท้าหาเสี้ยนตลอดเวลา เขาได้พบกับ ชาร์ล็อตต์ ฟิลด์ หนึ่งในสตรีที่มีอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของโลก เธอเป็นนักการเมืองสาวที่ทั้งสวยทั้งฉลาด แต่ก่อนที่จะเป็นแบบที่เธอเป็นทุกวันนี้ เธอเคยเป็นพี่เลี้ยงของเฟร็ดมาก่อน แถมยังเป็นรักแรกของเฟร็ดด้วย

เมื่อชาร์ล็อตต์ตัดสินใจลงสมัครตำแหน่งประธานาธิบดี เธอจ้างเฟร็ดมาเป็นคนร่างสุนทรพจน์ให้ การโคจรกลับมาเจอกันครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความฮา เมื่อทั้งคู่ต้องผจญภัยพร้อมกับรำลึกความหลังไปด้วยกัน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.mthai.com

บองจุนโฮ พา “Parasite” คว้ารางวัลปาล์มทองคำจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2019

บองจุนโฮ พา “Parasite”

บองจุนโฮ กับภาพยนตร์ตลกร้ายระทึกขวัญเรื่อง Parasite ที่เล่าเรื่องราวของพัฒนาการการเหลื่อมล้ำของสังคมได้คว้ารางวัลใหญ่ที่สุดประจำเทศกาลหนังเมืองคานส์ไปครอง โดยถือเป็นผู้กำกับชาวเกาหลีใต้คนแรกที่ได้รับรางวัลนี้ ทั้งนี้ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2017

เขาเคยนำภาพยนตร์เรื่อง Okja มาฉายที่คานส์ ซึ่งกลายเป็นกระแสฮือฮาเพราะเป็นผลงานแรกจาก Netflix ที่ได้รับโอกาสในการเข้าฉายในเทศกาลหนังดังกล่าว

บองจุนโฮ ค่อยๆ สร้างชื่อจากในประเทศในช่วงยุคปี 2000 โดยเฉพาะ Barking Dogs Never Bite และ Memories of Murder ก่อนที่จะกลายเป็นที่พูดถึงไปทั่วโลกจาก The Host หนังสัตว์ประหลาดที่เสียดสีสังคมอันเห็นแก่ตัวได้อย่างถึงแก่น หลังจากนั้นเขาก็มีผลงานเด่นๆ ตามมาเรื่อยๆ ทั้ง Snowpiercer, Okja และล่าสุดกับ Parasite ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง

ด้านรางวัลกรังด์ปรีซ์ที่หลายคนจับตามองเช่นกันก็ตกเป็นของ Atlantics ผลงานการกำกับของ มาติ ดิออป ที่สร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้กำกับหญิงผิวสีคนแรกในรอบ 72 ปีของเทศกาลหนังเมืองคานส์ที่คว้ารางวัลใหญ่มาครองได้ (เธอเป็นชาวฝรั่งเศส-เซเนกัล) กับเรื่องราวของผู้อพยพสาวที่ต้องเผชิญหน้ากับเรื่องราวอันไม่คาดฝัน ซึ่งก่อนหน้านี้เธอเคยกล่าวว่ารู้สึกเศร้าเล็กน้อยที่กว่าภาพยนตร์จากผู้กำกับหญิงชาวแอฟริกันจะได้ฉายที่คานส์ก็ต้องรอถึงปี 2019 เลยทีเดียว

รางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมตกเป็นของ ซีลิน เชียมมา จากภาพยนตร์เรื่อง Portrait of a Lady on Fire ส่วนสองพี่น้องรุ่นใหญ่จากเบลเยียม ฌอง-ปิแอร์ และ ลุค ดาร์เดนน์ คว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจาก Young Ahmed ในขณะที่รางวัลทางการแสดงตกเป็นของ เอมิลี บีแชม จาก Little Joe และนักแสดงสุดเก๋า แอนโตนิโอ แบนเดอรัส จาก Pain and Glory ที่ได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงและชายยอดเยี่ยมตามลำดับ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com