12 ส.ค. นี้ JUMBO โรแมนติกดราม่าไอเดียสุดแหวก เมื่อคนตกหลุมรักชิงช้าสวรรค์ในสวนสนุก

JUMBO

จะเกิดอะไรขึ้นหากคนหลงเสน่ห์เครื่องเล่นในสวนสนุก “ JUMBO รักฉันมันจัมโบ้” ผลงานโรแมนติกดราม่าไอเดียสุดแหวก ที่เรียกเสียงฮือฮาจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน และก็ได้เข้าชิงรางวัลหมีคริสตัล สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผลงานจากผู้กำกับ โซอี้ วิทท็อค ที่ได้นักแสดงสาวที่อยู่ในวงการภาพยนตร์ฝรั่งเศสมาช้านานแล้วก็กำลังเป็นดาวรุ่งที่ทั่วทั้งโลกจับตา อย่าง โนเอมี เมอร์แลงท์ มารับบทนำ

ภายหลังจากก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเคยสวมบทบาทเป็น มารียานน์ จิตรกรสาวที่เจอรักกับนายหญิงผู้สูงศักดิ์ (อาเดล เฮเนล) ในภาพยนตร์ Portrait of a Lady on Fire (2019) ที่เอารางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในเทศกาลหนังคานส์ปีที่ผ่านมา

JUMBO

ปัจจุบันสาว โนเอมี กลับมาถ่ายทอดเรื่องราวของ ฌานน์ หญิงสาวพนักงานดูแลสวนสนุก ที่เกิดความรู้สึกบางสิ่งบางอย่างกับจัมโบ้ เครื่องเล่นวงล้อหมุนขนาดยักษ์ที่เธอดูแลอยู่ จนกระทั่งทั้งคู่ได้สร้างความสัมพันธ์แปลกๆที่ดูไม่น่าเป็นได้ขึ้นมา

โซอี้ วิทท็อค ผู้กำกับเผยว่า “ไอเดียของหนังมาจากเมื่อ 2-3 ปีก่อน ฉันอ่านหนังสือพิมพ์เพื่อมองหาเรื่องราวของผู้คนที่น่าสนใจ และเกิดความสนใจในบทความเกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ตกหลุมรักและแต่งงานกับหอไอเฟล ฉันคิดว่ามันน่าหลงใหลและน่าสนุกที่จะตั้งคำถามถึงเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวนั้น มันทำให้ฉันค้นคว้าเรื่องของเธอ เราคุยกันผ่านสไกป์ แลกเปลี่ยนอีเมลกัน เธอบอกว่ามีคนอีกมากมายทั่วโลกที่รู้สึกแบบเดียวกับเธอ ถ้าพูดในเชิงการแพทย์ เขาเรียกโรคนี้ว่า “objectum sexual” แต่พวกเขาไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองกำลังป่วยหรือมีอะไรผิดปกติ ฉันคิดถึงแต่เรื่องนี้ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ JUMBO ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องราวที่งดงาม”

อย่างที่รู้กันว่า การถ่ายทำภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้องระหว่างความรักของคนกับชิงช้าสวรรค์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย หนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทีมงานคือการทำให้จัมโบ้มีชีวิตขึ้นมาจริงๆ ด้วยความที่วัตถุเป็นสิ่งไม่มีชีวิต แต่มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวของฌานน์กับจัมโบ้อยู่มากมายในภาพยนตร์ ฟันเฟืองสำคัญที่จะช่วยเนรมิตเครื่องหมุนวงล้อยักษ์ จัมโบ้ ให้เสมือนมีชีวิตบนจอภาพยนตร์คือผู้กำกับภาพมากฝีมือชาวเบลเยี่ยม โทมัส บิวเลนส์ ผู้ใช้แสงจำนวนมากในการดึงอารมณ์ผู้ชมให้เข้าสู่โลกของตัวละคร

“การทำให้วงล้อยักษ์เหมือนชีวิต กุญแจสำคัญคือแสง เพราะแสงคืออารมณ์ เราจึงต้องเพิ่มแสงจำนวนมาก เราต้องตั้งโปรแกรมไฟมากกว่า 160 ดวงบนเครื่องเล่นจัมโบ้ ยิ่งเราใช้แสงมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งพาผู้ชมซึมซับเข้าสู่โลกของฌานน์และดึงความรู้สึกที่เธอมีต่อจัมโบ้ออกมาให้ผู้ชมรับรู้ได้มากเท่านั้น พวกเรารวมตัวกันเพื่อสร้างชีวิตให้จัมโบ้ เราต้องติดตั้งไฟจำนวนมากบนที่สามารถเปลี่ยนสีได้ในแบบที่เราต้องการ มันเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่ต้องวางแผนทุกอย่างในช่วงเวลาสั้นๆ ในการถ่ายทำ”

JUMBO

โทมัสเล่าให้ฟังว่าพวกเขาตัดสินใจเกี่ยวกับความรู้สึกของจัมโบ้ “เราตกลงร่วมกันว่า โอเคนี่คือแสงที่มีความสุข นี่เป็นแสงที่สื่อถึงอารมณ์เศร้า นี่คือแสงที่ทำให้ตกใจ และมันค่อนข้างซับซ้อน มีฉากหนึ่งที่โนเอมี่คลานไปบนจัมโบ้…มันสูงถึงแปดถึงเก้าเมตร เราต้องมีเครนผาดโผนและเครนพิเศษพร้อมกับกล้อง” ในท้ายที่สุดโทมัสกล่าวว่า “ทั้งหมดนี้เป็นความท้าทายและทำให้ทั้งวันเป็นวันที่ตื่นเต้น” 12 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *