The New Mutants โรงเรียนฝึกสอนมนุษย์กลายพันธุ์รุ่นเยาว์ ของ X-Men

สิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กับเฟรนไชส์มนุษย์กลายพันธุ์ นอกเหนือจากบรรดาเหล่า X-Men แล้ว ก็น่าจะเป็นโรงเรียนฝึกการสอนสำหรับบรรดามนุษย์กลายพันธุ์รุ่นเยาว์ทั้งหลายแหล่ ที่จัดตั้งขึ้นโดยศาสตราจารย์ชาร์ล เซเวียร์ สถานที่ที่แม้ว่าจะถูกทำลายในภาพยนตร์ X-Men เกือบทุกภาค (จากที่ Deadpool กล่าว) แต่ว่าในภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของพวกเขาอย่าง The New Mutants บรรดาเด็กๆมนุษย์กลายพันธุ์คนใหม่กลับตื่นมาในสถานที่อื่นที่ไม่ใช่โรงเรียน X-Men แต่ว่าเป็นสถานที่ที่ราวกับจะเป็นโรงพยาบาลหรือสถานกักกัน อะไรที่ทำให้เป็นแบบนั้น วันนี้เรามีคำตอบ

เว็บ Screen Rant ได้ไปเยี่ยมดูกองถ่ายภาพยนตร์เรื่อง The New Mutants แล้วก็พวกเขาได้ได้โอกาสสัมภาษณ์สอบถามในเรื่องนี้กับ Josh Boone ผู้กำกับภาพยนตร์ รวมทั้งเขาก็ได้ตอบว่า…

“มันมีหลายสิ่งหลายอย่างในหนังเรื่องนี้ที่เป็นเหมือนสถานที่บำบัดทางจิตสำหรับมนุษย์กลายพันธุ์ที่อันตรายเกินกว่าจะไปอยู่ในโรงเรียนนั้นได้ ผมอาจจะบอกคุณแบบนี้แต่มันมีการพลิกผันทั้งหมดอีกเยอะเลย ในนี้จะมีหมอที่คอยช่วยเหลือพวกเขาทำอะไรต่อมิอะไร มันมีความเป็นหนังเรื่อง Girl Interrupted หรือ Cukoo’s Nest ในเวอร์ชั่นสยองขวัญครับ”

จากบทสัมภาษณ์นี้ดูเหมือนว่าบรรดามนุษย์กลายพันธุ์ที่จะปรากฎตัวใน The New Mutants จะมีความอันตรายที่มากกว่าเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ที่เราเคยเห็นกันมาในภาพยนตร์ X-Men เรื่องอื่น ๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ อันยา เทย์เลอร์ จอย ได้ออกมาเน้นย้ำกับแฟน ๆ ว่า หนังเรื่องนี้มีโทนที่แตกต่างไปจากหนังทุกเรื่องที่เธอเคยดู น่าสนใจทีเดียวว่าพวกเขาซ่อนอะไรเอาไว้ในเรื่องราวเหล่านี้ หาคำตอบพร้อมกันได้ ในโรงภาพยนตร์…

“CURSED” ซีรีส์แฟนตาซีพีเรียด รับบทนำโดย “แคเธอรีน แลงฟอร์ด”

นอกเหนือจากหนังแอ็กชันที่เริ่มสร้างชื่อให้ Netflix อย่างต่อเนื่องแล้ว ซีรีส์แฟนตาซีพีเรียด ที่ The Witcher ได้กรุยทางไว้ ก็ได้เปลี่ยนเป็นอีกหนึ่งแหล่งสร้างชื่อแล้วก็หวังดูดสมาชิกมาเสียเงิน โดยโอกาสนี้ได้ แคเธอรีน แลงฟอร์ด สาวน้อยที่เคยฆ่าตัวตายในนาม แฮนนา เบเคอร์ จากซีรีส์วัยรุ่นสุดได้รับความนิยมของ Netflix อย่าง 13 Reasons Why ในซีซัน 1-2 มารับบทนำใน CURSED ซีรีส์จาก กราฟิกโนเวล ก็ทำให้ตัวซีรีส์มีความน่าสนใจมากเลยทีเดียว

CURSED เล่าราวที่เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้วอย่างตำนานกษัตริย์อาเธอร์รวมทั้งอัศวินโต๊ะกลม เพียงเปลี่ยนแปลงโฟกัสมาที่ศูนย์กลางคือเรื่องของ นีมุย (แคเธอรีน แลงฟอร์ด) ภูติสาวที่มีพลังลึกลับเกินควบคุมที่จะต้องรับคำสั่งเสียในที่สุดจากแม่ให้นำดาบแห่งอำนาจที่จะใช้ตัดสินว่าคนไหนคือกษัติร์ย์ที่แท้จริงไปมอบให้แก่ เมอร์ลิน (กุสตาฟ สการ์สการ์ด) บิดามดขี้เมา ความคาดหวังเดียวที่จะหยุดสงครามชิงอำนาจที่กำลังกัดกินแผ่นดินให้สงบลงได้ กระทั่งเธอได้เจอกับ อาร์เธอร์ (เดวอน เทอเรล) ขอทานร่อนเร่ที่มีฝีดาบเหนือชั้นผู้มาทำให้ความรู้สึกของเธอไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแต่ว่าภารกิจนี้ไม่ง่ายด้วยเหตุว่าดันมีผู้ต้องการดาบเยอะแยะรวมทั้ง คาร์เดน (ปีเตอร์ มุลลาน) ผู้นำนักบวชชุดแดงกองกำลังทำลายเหล่าภูติอย่างเธอที่ต้องการดาบเพื่อให้อำนาจของคริสตจักรอยู่เหนือการต่อกร

หลายคนเกิดอาการเดจาวูว่าเคยเห็นเนื้อเรื่องประมาณนี้มาจาก Game of Throne ซีรีส์สุดฮิตของ HBO ก็คงไม่แปลกนักเพราะทั้งการชิงบัลลังก์และมนต์ดำเวทย์มนต์ต่าง ๆ คือส่วนผสมที่คุ้นเคยดีสำหรับคอซีรีส์แนว ๆ นี้มานานมาก ยิ่งมาผสมกับเรื่องราวของกษัตริย์อาเธอร์อีกหลายคนอาจจะเบือนหน้าหนีไปเลย แต่ช้าก่อน..ในความซ้ำมันก็มีความใหม่และทำได้น่าสนใจไม่น้อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งการตีความเรื่องของดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ใหม่ที่บอกเลยว่าน่าสนใจและชวนติดตามมาก ๆ

โดยในซีนหนึ่งของตอน 6 ที่เริ่มเผยที่มาสำคัญของตัวละคร มันได้บอกความลับของดาบแห่งอำนาจว่ามันมาจากตัวละครชายคนหนึ่งที่มีดาบนี้ฝังอยู่ในร่างกายและผู้ที่ดึงมันออกมาก็คือหญิงสาวที่เขากำลังจะตกหลุมรักนั่นทำให้นัยยะของดาบถูกนำมากลับหัวกลับหางและทำให้การที่ดาบแห่งอำนาจหรือเอ็กซ์คาลิเบอร์ไม่ได้เชื่อมโยงไปเพียงแค่อาเธอร์ก็ก่อให้เกิดเรื่องราวใหม่ ๆ ที่อิงจากตำนานเก่าแก่ได้อย่างยอดเยี่ยม

และในเมื่อคราวนี้เราไม่ต้องมาจ้องว่าอาเธอร์จะไปดึงดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์มาจากไหน ก็ทำให้นีมุยกลายเป็นตัวละครนำที่เราจะเอาใจช่วยได้อย่างเต็มที่ ยิ่งมันวางตัวละครให้เป็นเหมือนเหยื่ออำนาจระหว่างคริสตจักรและเป็นตัวซวยที่เหล่าภูติเองก็ไม่ยอมรับด้วยแล้ว ยิ่งทำให้มิติของตัวละคร นีมุย ดูน่าสนใจขึ้นมาทันที โดยเฉพาะช่วงตอน 1-5 ที่เธอต้องค้นหาตัวเอง ซีรีส์ก็เล่าเรื่องได้สนุกมากแถมยังมีเรื่องราวกุ๊กกิ๊กระหว่างเธอกับอาร์เธอร์แบบคู่รักคู่แค้นเดี๋ยวไว้ใจกันไม่ได้ เดี๋ยวก็หวานใส่กันให้สายหวานได้จิ้นกันอีก

ส่วนใครที่คิดว่าซีรีส์มีตัวละครนำเป็นผู้หญิงแล้วแอ็กชันคงจะปวกเปียกคิดใหม่ได้เลย ! เพราะขึ้นชื่อว่าสร้างมาจากกราฟิกโนเวลของ แฟรงค์ มิลเลอร์ แล้วมันย่อมต้องโหด มัน และสนุกแบบคาดเดาไม่ถูกแน่ ๆ ช่วงตอนแรก ๆ อาจจะมีแต่ภาพโหด ๆ ของนักรบนักบวชแดงแต่พอตอน 6เป็นต้นไปเมื่อ นีมุย เริ่มตระหนักถึงอำนาจของตัวเองแล้วล่ะก็ โอ้โห…โมเมนต์ แม่มา ! นี่มาเต็มมากคุณขา !

แน่นอนว่าส่วนหนึ่งก็คงต้องชม แคเธอรีน แลงฟอร์ด ที่ไม่ปล่อยให้โอกาสแจ้งเกิดของเธออีกครั้งต้องเสียเปล่า ทั้งเสน่ห์ของหน้าตาและบทบาทอินโนเซนต์ ๆ ก็คงทำให้หนุ่ม ๆ หลงไหลได้ไม่ยาก สำหรับสาว ๆ แล้ว การปรากฎตัวของ เดวอน เทอเรล ในบทอาเธอร์หนุ่มผิวเข้มก๋็น่าจะทำให้เสียอาการได้ไม่น้อย ด้วยนัยน์ตาชวนฝันประกอบกับมาดเท่ ๆ ของนักรบหนุ่มก็ทำให้น่าลุ้นว่าในซีซันต่อ ๆ ไปเขาจะกลายเป็นกษัตริย์อาเธอร์ได้อย่างไร

ถือได้ว่า CURSED น่าจะกลายเป็นซีรีส์แฟนตาซีที่น่าจับตามองและน่าจะก่อฐานแฟนคลับได้ไม่ยากเลย ทั้งตัวนักแสดงและทีมงานที่ดูเอาใจใส่และพิถีพิถันกับงานสร้างเป็นอย่างยิ่ง ประกอบกับเรื่องราวที่น่าสนใจซึ่งก็มาจากปลายปากกาของแฟรงค์ มิลเลอร์ เบื้องหลังงานเจ๋ง ๆ อย่าง Sin City และ 300 ที่มาคุมงานสร้างเองด้วยก็รับประกันได้ว่ามันจะกลายเป็นซีรีส์ที่เราอยากจะติดตามการเดินทางของแม่มดสาวเลือดหมาป่ารายนี้ไปจนสุดทางแน่นอน

 

ซีรีส์แฟนตาซีพีเรียด

 …

ผู้กำกับชิมลาง Black Superman อยู่ใน Justice League ฉบับ Snyder’s Cut

ผู้กำกับ Zack Snyder ได้เผยโฉมภาพที่ยังไม่ปล่อยที่แห่งไหนมาก่อนของหนัง Justice League ฉบับของเขาที่จะฉายทาง HBO Max ในปีถัดไป ในงาน JusticeCon ในช่วง “Spotlight on Zack Snyder”

ฉากนี้เป็นฉากที่ Superman ที่รับบทบาทโดย Henry Carvill ฟื้นจากความตายแล้วเดินทางไปหา Alfred คนดูแล Batman ที่รับบทบาทโดย Jeremy Ions “ผมเดาว่าคุณคิด Alfred” ซูเปอร์แมนเหาะลงมาแล้วเข้าไปทักทาย คลิปสั้นๆนี้มิได้อยู่ในฉบับฉายโรง

Snyder เล่าเพิ่มเติมอีกว่า เขาต้องการใช้ชื่อหนังฉบับ HBO Max ว่า “Zack Snyder’s Justice League” แม้กระนั้นยังคลุมเคลือว่าจะเป็นไปได้มากแค่ไหน เพราะเหตุว่าบางทีอาจติดขัดในกติกาทางด้านกฎหมายบางสิ่งบางอย่าง ส่วนฟุตเทจที่ใช้ในหนังฉบับนี้ เขาการันตีว่าจะไม่มีการถ่ายใหม่รวมทั้งจะใช้เฉพาะที่เขาเคยถ่ายเอาไว้เมื่อ 3 ปีกลายเพียงแค่นั้น

Zack Snyder ยังเปิดเผยว่า เวอร์ชัน Director’s Cut ที่เขากำลังตัดต่ออยู่ มาพร้อมความยาวมากยิ่งกว่าที่คิดเอาไว้ โดยในตอนนี้หนังมีความยาวมากกว่า 214 นาที แต่ว่าก็ยังไม่การันตีว่าสุดท้ายแล้วมันจะออกมาในรูปแบบหนังใหญ่หรือมินิซีรีส์ที่แบ่งเป็นหลายๆตอน นอกจากนั้นยังการันตีเพราะ หนังในเวอร์ชันนี้ของเขาจะแยกตัวออกมาจาก DC Cinematic Universe เรื่องอื่นๆและก็มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มิได้เชื่อมโยงถึงเรื่องไหนเป็นพิเศษ คอยดูกันได้ ตอนครึ่งปีแรกของปี 2021

ช่อง 3 เตรียมเสิร์ฟภาพยนตร์แอคชั่นสุดมันส์ ในเดือนส.ค.นี้

แชนแนลทรีมูฟวี่ส์ เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข สนุกสนาน สุดมันส์ สำหรับคนที่รู้สึกชื่นชอบรวมทั้งรักการชมภาพยนตร์ แล้วก็ในส.ค.นี้ แชนแนลทรีมูฟวี่ส์ ก็ได้จัดเตรียมยกเสิร์ฟภาพยนตร์แอคชั่นหลากหลายรูปแบบให้กับแฟนช่อง 3 คนชอบดูหนังแอคชั่นทั้งหลายได้รับชมแน่นๆตลอดทั้งเดือน

เริ่มต้นด้วยภาพยนตร์แอคชั่นเรื่องแรก วันเสาร์ที่ 1 ส.ค. 2563 ที่จะทำให้แฟนคลับตื่นเต้น แล้วก็ลุ้นไปกับตำรวจหนุ่มสากลรวมทั้งอัยการสาวที่กำลังตามสืบเสาะหาปมธนาคารยักษ์ใหญ่ที่อาจมีแผนการณ์บางสิ่งที่จะทำให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจของโลกได้ ใน ฝ่าหน่วยงานแดนนรกผ่านโลก (The International) ภาพยนตร์ที่ฉายเมื่อปี 2009 ผลงานของผู้กำกับ ทอม ไทเควอร์ ที่คว้านักแสดงคนที่ได้รับการยกย่องจากผู้ชมทั่วทั้งโลก ไคลฟ์ โอเว่น มาประกบคู่กับสาวผู้เคยถูกขนานนามว่าเป็นคนที่รูปโฉมงดงามที่สุดในโลกจากการจัดอันดับของนิตยสารพีเพิล นาโอมิ วัตส์ กล่าวได้ว่าทั้งสองคนได้แสดงฝีมือการแสดงในเรื่องนี้กันอย่างเต็มกำลัง กระทั่งทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นที่จับตามองของคนชอบดูหนังบู๊ทั้งหลาย

มาต่อกันใน วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2563 ที่หากใครชื่นชอบภาพยนตร์แนวแอคชั่น ผจญภัย ต้องรู้จักกันดีกับ ศึกตำนานหน้ากากโซโร (The Legend Of Zorro) ซึ่งเป็นภาคต่อของภาพยนตร์ หน้ากากโซโร (The Mask of Zorro) ผลงานของผู้กำกับ มาร์ติน แคมป์เบลล์ บอกเลยว่าเรื่องนี้กระแสมาแรงมากในปีที่ฉาย 2005 เรียกได้ว่าใครที่ดูภาพยนตร์เรื่องนี้จบต้องรีบทำท่าฟันดาบเท่ ๆ เหมือนกับตัวแสดงนำอัศวินหน้ากากโซโรในเรื่องแน่นอน

โดยผู้ที่มารับบทเป็นอัศวินนอกกฎหมายผู้คาดดวงตาด้วยผ้าสีดำและมีดาบเป็นอาวุธคู่ใจก็คือ “อันโตนิโอ บันเดรัส” ดาราหนุ่มมากความสามารถ ซึ่งเขาได้ประกบคู่กับดาราสาวที่กาลเวลาทำร้ายความสวยของเธอไม่ได้เลยอย่าง แคเธอรีน ซีต้า-โจนส์ ทั้งคู่ได้ปล่อยฝีมือการแสดงในเรื่องนี้ออกมาได้ดีเยี่ยมมาก ๆ จนทำให้แฟน ๆ รักและติดตามผลงานของพวกเขามาจนถึงปัจจุบัน

บู๊ตามกันไปติด ๆ ใน วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563 กับภาพยนตร์แอคชั่นในแดนมังกร เจ้าพ่อกวางตุ้ง (Canton Godfather) ที่เล่าถึงเรื่องราวของชายหนุ่มผู้ที่ไปหางานทำในฮ่องกง แต่ดันมีเหตุที่ทำให้เขาต้องกลายเป็นคนดูแลลูกสมุนของแก๊งอิทธิพลใต้ดินของฮ่องกง

เรื่องนี้ขอการันตีความบู๊ปนฮาโดย เฉินหลง นักแสดงขาบู๊ชาวฮ่องกงผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลกและไม่มีใครไม่รู้จักเขา ในเรื่องนี้เขาได้ร่วมแสดงกับดาราคุณภาพคับแก้วมากมาย อาทิ เหมยเยี่ยงฟาง, อู๋ หม่า, หยวนเปียว, กลอเรีย ยิป และ จางเซียะโหย่ว ทำให้เรื่องนี้ได้กระแสตอบรับที่ดีจากบรรดาแฟน ๆ ในปีที่ฉาย 1989

ต่อเนื่องความมันส์ใน วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2563 กับภาพยนตร์แอคชั่นสุดระทึกขวัญ คู่เจรจาฟอกนรก (The Negotiator) บอกเลยเรื่องนี้ไม่ได้มีความมันส์แค่การยิงปืนปะทะกันเท่านั้นแต่ความมันส์ที่เข้มข้นสุด ๆ ของเรื่องนี้ก็คือความมันส์ของการเชือดเฉือนชิงไหวพริบกัน ระหว่างสองสุดยอดนักเจรจา จะดุเดือดแค่ไหนต้องติดตาม

เรื่องนี้เป็นผลงานของผู้กำกับยอดฝีมือ เอฟ. แกรี เกรย์ ได้คว้านักแสดงฮอลลีวู้ดฝีมือระดับเทพที่ผลงานภาพยนตร์ของเขาแต่ละเรื่องเป็นที่จับตามองของแฟน ๆ มากมาย นามของเขาคือ ซามูเอล แอล. แจ็กสัน และเรื่องนี้ผู้ที่จะมาปะทะฝีมือการแสดงกับเขาอย่างดุเดือดก็คือ เควิน สเปซีย์ นักแสดงและผู้กำกับมากความสามารถ จึงทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้น่าติดตามและได้รับคำชมจากแฟน ๆ ที่ชอบภาพยนตร์แนวเชือดเฉือนคมกันเป็นอย่างมาก

ปิดท้ายเดือนสิงหาคม วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2563 ด้วยฝีมือการแสดงของนักแสดงขาบู๊ เฉินหลง และนักแสดงสาวมากความสามารถ ซูฉี ในภาพยนตร์บู๊แนวโรแมนติกกับภาพยนตร์ เบ่งหัวใจฟัดให้ใหญ่ (Gorgeous) เป็นเรื่องราวของสาวไต้หวันช่างฝันอย่างอาปู้ ตัดสินใจไปฮ่องกงเพื่อพบชายในฝันของเธอ แต่หนุ่มที่เธอตามหากลับรักเพศเดียวกัน ทำให้อาปู้ต้องไปล่องเรื่อพักใจจนได้พบกับชายหนุ่มนักธุรกิจผู้หนีจากการถูกลอบสังหารในเรือกลางทะเล หลังจากนี้ชีวิตของเธอจะเป็นเช่นไรต่อไปต้องติดตาม เรียกได้ว่าใครที่เป็นแฟน ๆ และติดตามผลงานของทั้งคู่ต้องฟินและอินไปพร้อม ๆ กันอย่างแน่นอน

แชนแนลทรีมูฟวี่ส์

ใครที่ชื่นชอบภาพยนตร์สายบู๊เตรียมเปิดหน้าจอช่อง 3 กด 33 ดูกันยาว ๆ ตลอดทั้งเดือนสิงหาคมได้เลย กับ 5 ภาพยนตร์ ฝ่าองค์กรนรกข้ามโลก, ศึกตำนานหน้ากากโซโร, เจ้าพ่อกวางตุ้ง, คู่เจรจาฟอกนรก และ เบ่งหัวใจฟัดให้ใหญ่ ในช่วง “แชนแนลทรีมูฟวี่ส์” ทุกคืนวันเสาร์ เวลา 22.58 – 01.28 น.

Animatronic หรือ การหุ่นยนต์ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์ “Jurassic Park”

ก่อนที่จะเทคโนโลยี CGI จะก้าวหน้าในยุคปัจจุบัน ภาพยนตร์เนรมิตสร้างจินตนาการเนื้อล้ำให้ออกมาสมจริงสมจังแบบทุกๆวันนี้ ในยุคก่อน ภาพยนตร์สัตว์ประหลาด หรือสิ่งมีชีวิตที่มิได้มีอยู่ในธรรมชาติต่างๆถูกทำสรรค์ขึ้นมาจาก หุ่นยนต์ เพื่อใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์ หรือที่เรียกกันว่า Animatronic หนึ่งในภาพยนตร์ที่เลื่องลือจากการใช้เทคนิคนี้ก็คือ ภาพยนตร์เรื่อง Jurassic Park

หุ่นยนต์

เมื่อก้าวเข้ามาสู่ Jurassic World เทคโนโลยีเหล่านี้ถูกแทนที่ด้วยเทคนิค CGI แม้ว่าจะมีการใช้เจ้าหุ่น Animatronic บ้างประปราย แม้กระนั้นก็มิได้ถูกเน้นเป็นหลักราวกับในไตรภาคเก่าๆซึ่งสำหรับ Jurassic World: Dominion ที่กำลังจะมาถึงนี้ เราบางทีอาจจะจะต้องเปลี่ยนความคิดกันใหม่ เนื่องจากว่า Colin Trevorrow ผู้กำกับภาพยนตร์ได้ออกมาเผยออกมาว่า ในภาพยนตร์เรื่องนี้เขาจะเน้นไปที่การใช้เจ้าหุ่น Animatronic มากยิ่งกว่าก่อนหน้าที่ผ่านมา

โคลิน เทรเวอร์โรว์ ได้ให้สัมภาษณ์เปิดเผยประเด็นนี้ผ่านงาน Comic-Con@Home ที่เผยแพร่ผ่าน ช่องยูทิวบ์ Comic-Con International’s ว่า “จริงๆพวกเราใช้เทคนิคนี้กับภาพยนตร์ Jurassic ทุกเรื่องนะครับ เราใช้กันมาตั้งแต่เรื่องแรกเลย และพวกเราจะใช้เจ้า Animatronics นี้ในภาพยนตร์เรื่องนี้มากกว่าที่พวกเราเคยใช้ใน 2 ภาคที่ผ่านมานะครับ”

นอกเหนือจากนี้แล้วใน Jurassic World: Dominion นี้ พวกเขาจะนำเอาทั้งยังเทคโนโลยี Animatronics มาประสมประสานกับเทคนิค CGI ด้วย ฉะนั้นพวกเราสามารถคาดหวังกันได้เลยเราจะได้มองเห็นความสมจริงสมจังที่มาพร้อมด้วยความตื่นตาตื่นใจอย่างแน่แท้ จัดเตรียมดูกันได้เลย เร็วๆนี้ในโรงภาพยนตร์

เกมกีฬาที่จับคนจนมาแข่งฆ่ากัน โดยนักธุรกิจสาวสุดโหด โดยให้มหาเศรษฐีออกล่าในThe Hunt

สำหรับคนไหนที่นึกถึงหนังสยองขวัญของ Blumhouse Production ผู้ครอบครองผลงานสุดได้รับความนิยมอย่าง
Get Out (2017) แฟรนไชส์ The Purge และก็หนังสยองขวัญที่ทำกำไรได้ดีก่อนโควิดจะมาอย่าง The Invisible
Man (2020) ในปีนี้ทีมสร้างภาพยนตร์สยองขวัญทีมนี้ก็จะมีผลงานอีกถึง 3 เรื่อง โดยหนึ่งในนั้นคือ The Hunt ที่เดิมมีระบุ กำหนดฉายในสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่มี.ค.2020ก่อนหน้าที่ผ่านมา และก็ UIP ได้นำเข้ามาฉายบ้านเราช่วงเดือนหน้านี้

หนังเป็นเรื่องราวของ Athena นักธุรกิจสาวสุดโหดเหี้ยมที่จับชาวบ้านมาให้มหาเศรษฐีออกล่าเป็นเกมกีฬา (เรื่องราวคล้ายๆใน The Purge: Anarchy (2014)) แต่ว่าสิ่งที่ตัวละครผู้จัดการล่าคิดไม่ถึงก็คือ หนึ่งในคนแปลกหน้าที่ถูกจับมาปล่อยให้เปลี่ยนเป็นเป้าสำหรับในการล่าคราวนี้ มีนางเอกที่ชื่อ “Crystal” ผู้ที่มีความชำนาญด้านการเอาชีวิตรอดรวมทั้งเป็นมืออาชีพสำหรับในการต่อสู้มากรูปแบบ มหกรรมการล้างแค้นเอาคืนก็เลยเริ่มขึ้น เธอตามล่าผู้ที่มาล่าพวกเธอทีละคน จนกระทั่งไปถึงตัวบอสใหญ่ตัวแม่อย่าง Athena

Blumhouse

The Hunt ได้นักแสดงสาวที่เป็นความหวังใหม่ของวงการอย่าง Betty Gilpin จากซีรีส์ Glow และก็ผ่านงานภาพยนตร์มาบ้างอย่าง A Dog’s Journey (2019) แล้วก็ The Grudge (2020) โดยเธอมารับบท Crystal เพื่อปะทะกับนักแสดงหญิงตัวแม่เจ้าของรางวัลออสการ์อย่าง Hilary Swank (Million Dollar Baby) สมทบด้วย Emma Roberts (We’re the Millers), Ethan Suplee (American History X) และก็ Ike Barinholtz (Suicide Squad)

Blumhouse

หนังน่าจะเป็นความยอดเยี่ยมที่ประสบความสำเร็จได้ในระดับนึง จากการที่ได้มือเขียนบทขั้นเทพอย่าง Damon Lindelof ผู้เคยเขียนบทหนังอย่าง Star Trek Into Darkness (2013), World War Z (2013) รวมทั้งซีรีส์ในตำนานอย่าง Lost, The Leftovers และล่าสุด Watchmen โดยเขาเขียนบทร่วมกับ Nick Cuse ที่เขียนบทในซีรีส์เรื่องที่ว่า
มาด้วยกันตลอดพักหลัง ส่วนงานกำกับนั้นก็เป็นของ Craig Zobel จากหนังไซไฟดราม่าที่ได้รับคำชมอย่าง Z for Zachariah (2015) กำหนดฉายโรงในบ้านเรา 27 ส.ค.2020 นี้

 

 

Blumhouse Production

MADE IN ABYSS Dawn of the Deep Soul

ณ โลกแห่งนี้ได้รับการสำรวจให้ละเอียด ซึ่งมีแค่เพียงหลุมเดียวที่ยังมิได้สำรวจคือ ”  โลกใต้พิภพ ” โดยจะมีความลึกที่ไม่บางทีอาจหยั่งรู้ได้ ตรงนั้นมีสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดอาศัยอยู่และก็สิ่งที่อยู่ภายในนั้นมีศพที่มนุษย์ไม่บางทีอาจจินตนาการหรือคาดหมายได้

ในตอนนี้ หลายๆคนต่างเริ่มเดินทางในเส้นทางนี้ ขณะนี้นักผจญภัยมากมายที่ลงไปตรวจสอบโลกใต้พิภพ ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “นักขุดถ้ำ

ในฉากจะอยู่ที่ขอบของโลกใต้พิภพ เป็นเมืองที่รู้จักในชื่อ “โอร์ส” ซึ่งมีริโกะ เด็กหญิงผู้เป็นกำพร้าอาศัยอยู่ตรงนั้น ความปรารถนาของเธอคือการได้เป็นนักขุดถ้ำที่เช่นเดียวกับแม่ของเธอรวมทั้งเธอได้หาทางเปิดเผยเงื่อนปริศนาของโลกใต้พิภพ

วันหนึ่ง ริโกะได้ศึกษาและทำการค้นพบกับนกหวีดสีขาว ซึ่งเป็นของไลซ่าผู้เป็นแม่ของเธอ แล้วด้วยเหตุฉะนี้เธอก็เลยได้ตัดสินใจที่จะลงไปสำรวจในโลกใต้พิภพ เร็ก หุ่นยนต์ที่สูญเสียความทรงจำ โดยริโกะเป็นคนพบ และก็เขาได้ตัดสินใจออกตามหาความทรงจำที่หายไปในโลกใต้พิภพ

โลกใต้พิภพ

ริโกะกำลังทรมานเนื่องจากว่าเธอได้รับพิษจาก โอร์ป เพียร์เซอร์ จากชั้นที่สี่ของโลกใต้พิภพ ผู้ที่ช่วยเธอให้รอดพ้นจากความทรมานคือ นานาจิ

ตอนนี้ในทีมของพวกเขามีนานาจิร่วมด้วย โดยเหตุนี้อีกทั้งสามคนยังคงเดินหน้าผจญภัยถัดไปยังชั้นที่ห้า ซึ่งมีบอนเดรย์รออยู่ตรงนั้น จากนั้นพวกเขาก็เจอกับเด็กผู้หญิงที่บอกว่าตัวเอง…

John Wick 3 กับ 2 ไอเทม ที่ใช้ได้เฉพาะในโลกของนักฆ่า

ในตอนสุดท้ายของ John Wick: Chapter 2 จอห์นได้ทำการที่จะพลิกโฉมหน้าการรีไทร์จากการเป็น มือสังหาร ของเขาไปตลอดไป ด้วยการสังหาร Santino D’Antonio กลางห้องอาหารของโรงแรม The Continental สถานที่เดียวในโลกมีเป็นส่วนกลางของเหล่ามือสังหาร สถานที่ที่มีกฎห้ามใช้กำลังต่อกันอย่างสิ้นเชิง นั่นก็เลยเป็นสาเหตุให้ทุกกระบอกปืนของมือสังหารสมาชิก The Continental หันเข้าหาจอห์น วิค กลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นใน John Wick: Chapter 3 – Parabellum รวมทั้งในภาคนี้เราได้มองเห็น 2 ไอเทมสำคัญที่มีบทบาทในภาพยนตร์ไม่น้อย มันเป็น เหรียญทอง รวมทั้งพันธะสัญญาเลือด พวกมันสำคัญยังไง มาเตรียมความพร้อมก่อนไปมันส์กัน

  • เหรียญทอง เงินตราในโลกแห่งความจริงนั้นมีความผันแปรไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่องๆด้วยเหตุนั้นในสังคมของเหล่ามือสังหารก็เลยไม่ให้ความสำคัญกับมัน พวกเขาเลือกที่จะใช้ “เหรียญทอง” เพื่อการซื้อขายไม่ว่าจะเป็นสิ่งของหรือบริการต่างๆหากว่าในภาพยนตร์จะมิได้มีการให้รายละเอียดแน่ชัดว่าเหรียญทอง 1 เหรียญจะมีมูลค่ามากแค่ไหน แม้กระนั้นดูท่าเพียงแค่เหรียญทองเหรียญเดียวก็สามารถซื้อได้ทั้งหมดทุกอย่างแล้ว
  • พันธะสัญญาเลือด เจ้าเครื่องหมายที่มีพันธะสัญญาเลือดนี้เองที่เป็นชนวนต้นเหตุให้จอห์น วิค จำต้องก้าวกลับเข้ามาในโลกของมือสังหารอีกรอบ ซึ่งมันไม่ใช่แค่พันธะสัญญาเลือดในเชิงสิ่งที่เป็นนามธรรมเพียงแค่นั้น แม้กระนั้นมันเป็นพันธะสัญญาที่เกิดมาจากเลือดจริงๆมันถูกใช้เมื่อมือสังหารอยากความช่วยเหลือในเรื่องจำเป็น พวกเขาจะมอบตรานี้ให้กับอีกฝ่าย ซึ่งมันมีลักษณะเป็นราวกับเหรียญทรงกลมซึ่งสามารถเปิดออกได้ โดยภายในนั้นมีคราบรอยเลือดประทับอยู่ ใครที่ปฏิเสธการกระทำนี้จะมีบทลงโทษให้ตายสถานเดียว โดยการเลือกเปลี่ยนเหรียญตรานี้จะอยู่ภายใต้การดูแลของ The Continental

นี่คือสิ่งของ 2 สิ่งที่มีความสำคัญมากในโลกของมือสังหาร ใน John Wick: Chapter 3 – Parabellum นี้เขาก็ได้ได้โอกาสใช้มันเพื่อขอความช่วยเหลือสำหรับเพื่อการหลบหนีการถูกตามล่า แต่ว่ามันจะสามารถช่วยเขาได้จริงอย่างที่หวังเอาไว้หรือเปล่านั้น จะต้องไปติดตามในโรงภาพยนตร์…

ละครดัง ทาง สถานีโทรทัศน์ ช่อง 8 เรื่อง เงาอาถรรพ์

เรื่อง เงาอาถรรพ์ ทางช่อง8

ละครโทรทัศน์ไทย  เรื่อง เงาอาถรรพ์  แนวโรแมนติก-ดราม่า-สยองขวัญ จากบทประพันธ์ พลอยฝน หนึ่งในซีรีส์ชุด ปัญจอาถรรพ์ ซึ่งประกอบไปด้วย ลางมรรคา, วังอสุรา, บาปบรรพกาล,

ลิขิตเอื้องนาง, เงาอาถรรพ์ ผลิตโดย บริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด โดยผู้จัด เมย์ เฟื่องอารมย์ เขียนบทโทรทัศน์โดย One House กำกับการแสดงโดย ทรงศํกดิ์ มงคลทอง นำแสดงโดย ปภาวิน

หงษ์ขจร, อรจิรา แหลมวิไล, กวิยณัฎฐ์ แฮร์มันน์, นภคปภา นาคประสิทธิ์

เจรมัยเป็นนักร้องหนุ่มที่กำลังมาแรง เขาเริ่มต้นเข้าวงการจากเวทีการประกวดแห่งหนึ่งแล้วได้รางวัลชนะเลิศ เมื่อออกอัลบั้มแรกเขายังไม่ดังเปรี้ยงปร้าง แต่อัลบั้มที่สองเพลงของเขาได้รับ

รางวัลเพลงยอดนิยมจากการมอบรางวัลของนิตยสารชื่อดังฉบับหนึ่ง ในงานรับรางวัลซึ่งใกล้กับวันเกิดครบยี่สิบสามปีของเขานั้น เขาถูกมัลลิกา นักข่าวจากนิตยสารฉบับหนึ่งถามถึงประวัติส่วน

ตัวที่แม้แต่เขาเองก็ไม่เคยรู้มาก่อน ทำให้เจรมัยรู้สึกไม่พอใจ แต่ทว่าเขาก็เกิดคำถามขึ้นในใจ ว่าอดีตของเขาเป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่

เมื่อกลับถึงบ้านเขาจึงถามคุณจรรยา ผู้เป็นมารดา เรื่องประวัติครอบครัว แต่ผู้เป็นมารดากลับบ่ายเบี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องราวในอดีต หรือเอ่ยถึงญาติพี่น้องที่ไม่เคยบอกให้เจรมัยรู้ แต่เหตุบังเอิญก็

เกิดขึ้นในคืนนั้น เมื่อน้องสาวของคุณจรรยาโทร. มาแจ้งให้ทราบว่า บิดาหรือผู้เป็นคุณตาของเจรมัยได้เสียชีวิตแล้ว คุณจรรยาจึงจำเป็นต้องพาลูกชายกลับไปกราบศพท่าน ทั้ง ๆ ที่ยังไม่เคย

เล่าสิ่งที่ปกปิดมาตลอดเวลายี่สิบปี

เมื่อไปถึงบ้านของคุณตาที่เจรมัยไม่เคยรู้เลยว่าเขามีคุณตา มีญาติพี่น้องที่อยู่ใกล้กันเพียงเขตพระรามห้า แต่มารดาบอกเขามาตลอดชีวิตว่าญาติพี่น้องอยู่ไกล และไม่เคยให้เขามีโอกาพบเจอ

หรือเล่าอะไรเกี่ยวกับวงศ์ตระกูลให้ฟังเลยแม้แต่น้อย เจรมัยแปลกใจที่เหมือนทุกคนจะรู้จักเขา ผิดกับเขาที่ไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นหน้าใครเลย ชายหนุ่มพยายามจะถามมารดา แต่เหมือนคุณจรรยา

จะยังไม่พร้อมสำหรับการอธิบายเรื่องทั้งหมด ท่านจึงขอให้เขารอให้ผ่านพ้นงานศพของคุณตาไปก่อน แล้วจะเล่าทุกอย่างให้ฟัง ด้วยความรักที่มีต่อมารดามากล้น เจรมัยจึงคิดว่าเขารอเวลา

นั้นได้

บ้านของคุณตาเป็นบ้านไม้สองชั้นสไตล์โคโลเนียล พื้นที่บ้านกว้างขวางเพราะเป็นบ้านของคหบดีเมื่อสมัยรัชกาลที่ 7 คืนที่มาถึงก็เกิดเรื่องราวแปลก ๆ ขึ้น คือศพของคุณตาไม่สามารถยกไป

ใส่โลงศพได้ จะด้วยเหตุใดก็สุดรู้ แต่เจนจิราลูกพี่ลูกน้องซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่ของเขาบอกว่า มีเจรมัยเท่านั้นที่จะทำให้ศพของคุณตายกไปใส่โลงศพได้ คุณจรรยามารดาของเจรมัยจึงบอกให้นัก

ร้องหนุ่มเข้าไปกราบศพท่าน แล้วสัญญาว่าจะดูแลมรดกของวงศ์ตระกูลต่อจากท่านตลอดชีวิต เจรมัยแปลกใจอีกครั้งกับสิ่งที่เขาเพิ่งรู้ว่าจะต้องรับผิดชอบ แต่เขาก็ยอมทำตามเพราะเป็นสิ่งที่

มารดาร้องขอ เมื่อเจรมัยกราบศพคุณตาและสัญญา ศพของคุณตาที่เคยหนักจนบรรดาลูกเขยสามสี่คนยกไม่ไหวก็กลับยกขึ้นได้สบาย

ในคืนเดียวกันนั้น มัลลิกาซึ่งมาส่งเจนจิราผู้เป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่บ้านหลังนี้ ก็ขับรถกลับเข้าตัวเมืองเพียงลำพัง เธอเจอกับเหตุการณ์ประหลาดหลายอย่าง ทั้งเห็นเงาดำตัดหน้ารถ ทั้งโดนแท่ง

เหล็กจากรถบรรทุกข้างหน้าร่วงใส่กระจกหน้ารถจนทะลุ แถมยังโดนตำรวจโบกด้วยสาเหตุว่ามีผ้าผืนขาวปลิวออกนอกรถของเธอ ซึ่งพอลงไปดูกลับไม่มีผ้าหรืออะไรเลย

คืนที่เจรมัยนอนในห้องของคุณตาเพียงลำพังเขาได้เห็นวิญญาณสาวตนหนึ่งมานั่งร้องไห้ข้างเตียงพร้อมกับพูดว่า “กลับมาอยู่ด้วยกันเสียทีนะพี่เที่ยง” แล้วก็เดินจากไป เจรมัยรู้สึกว่านั่นไม่ใช่

ความฝัน เขาพยายามถามมารดา แต่ท่านก็ยังยืนยันให้เขารอจนเสร็จสิ้นงานศพของคุณตา วันที่เผาศพคุณตา มัลลิกาเดินทางมาร่วมงานพิธีด้วย แต่เธอก็เจออุปสรรคหลายอย่าง ราวกับมีใคร

สักคนไม่ต้องการให้เธอมายังบ้านหลังนี้ ทว่าสุดท้ายหญิงสาวก็มาถึงจนได้

ในการเผาศพครั้งนี้ เจรมัยตัดสินใจบวชหน้าไฟให้ท่าน และเขาตั้งใจจะบวชต่ออีกสามวัน แต่เมื่อเผาศพคุณตาเสร็จ กลับมีลมกรรโชกแรงจนกิ่งไม้หักหล่นใส่ท้ายทอยเขาจนสลบต้องนอนโรง

พยาบาล ในบริเวณวัดวันนั้น พระแก่พรรษารูปหนึ่งได้เห็นวิญญาณที่คอยติดตามเจรมัยยืนอยู่ตรงนั้นด้วย ดังนั้นเมื่อเจรมัยออกจากโรงพยาบาล โดยหมอแปลกใจว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรเลย ไม่มี

แม้แต่รอยฟกช้ำ เมื่อกลับไปขอบวชต่อ พระแก่พรรษารูปนั้นจึงให้เขาบวชต่อไม่ได้ บอกว่าเขาจะต้องอยู่เผชิญกับกรรมที่รออยู่ เจรมัยจึงไม่ได้บวช

หลังจากเสร็จงานศพคุณตา เจรมัยจึงได้รู้จากปากมารดาว่า มรดกที่เขาต้องดูแลด้วยชีวิตเป็นเพียงหนังตะลุงประจำตระกูลตัวหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่ทรัพย์สินมีค่ามหาศาลแต่อย่างใด ทว่าเป็นหนัง

ตะลุงที่ จ๋า ลูกของน้าสาวของเขาบอกว่าเป็นหนังตะลุงผีสิง ทำให้เจรมัยรู้ว่า นี่ไม่ใช่มรดกธรรมดาจริง ๆ ชายหนุ่มกับมารดาต้องย้ายกลับมาอยู่บ้านคุณตาอย่างถาวร แต่การกลับมาหา

ครอบครัวในครั้งนี้เจรมัยกับ พัน ผู้จัดการส่วนตัว ยังต้องปิดทุกอย่างไว้เป็นความลับ เพราะตลอดมาเจรมัยไม่เคยมีประวัติเรื่องครอบครัวในวงการบันเทิง ดังนั้นเมื่อแคทลียา ดาราไฮโซชื่อดัง

ที่มาหลังรักเจรมัยตามพันมาถึงบ้านของคุณตา พวกเขาจึงต้องให้เธอสัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร

เจนจิราจำเป็นต้องใช้บ้านคุณตาในการถ่ายทำโฆษณาตัวหนึ่งให้สปอนเซอร์รายใหญ่ของนิตยสารที่เธอเป็นเจ้าของ และนางเอกโฆษณาในครั้งนี้ก็คือมัลลิกา นักข่าวที่เคยส่งไปสัมภาษณ์เจ

รมัยผู้มีศักดิ์เป็นน้องชายนั่นเอง เมื่อเจรมัยกับมัลลิกาได้เจอกัน ทั้งสองคนมีอาการเขม่นกันอยู่บ้าง เนื่องจากเรื่องที่สัมภาษณ์ในคืนงานมอบรางวัลนั้น แต่ด้วยการแต่งกายถ่ายทำโฆษณาเป็น

แบบย้อนยุค ทำให้เจรมัยมองเห็นมัลลิกาเมื่อครั้งในอดีต

เจรมัยเห็นมัลลิกาเป็นคุณมาลีเมื่อสมัยรัชกาลที่ 7 อยู่ในบ้านหลังนี้ ขณะเดียวกันก็เห็นตัวเองเป็นชายหนุ่มชื่อเที่ยงในสมัยนั้นเช่นกัน วันนั้นเจรมัยหมดสติไป เมื่อฟื้นขึ้นมาเขาแปลกใจมากที่

ทั้งหมดเป็นเพียงความฝัน ทั้ง ๆ ที่เขารู้สึกเหมือนกับว่ามันเป็นเรื่องจริง เกิดขึ้นจริง แคทลียามาหาเขาที่บ้านคุณตาเป็นจังหวะที่นักร้องหนุ่มเข้าไปดึงแขนมัลลิกาเพื่อจะคุยด้วย แคทลียาเข้าใจ

ผิดจึงกระชากเขากลับมา ทำให้เจรมัยกับมัลลิกาล้มหัวกระแทกสลบไปด้วยกันทั้งคู่ และการสลบครั้งนี้สองหนุ่มสาวก็ได้ฝันในเรื่องเดียวกัน นั่นคือเห็นตัวตนของตัวเองอยู่ในเหตุการณ์เดียวกัน

เมื่อสมัยรัชกาลที่ 7 เป็นคุณมาลี กับนายเที่ยง

เรื่องราวในอดีตดำเนินไปในสายตาของคนทั้งคู่ แต่แค่เพียงระยะเวลาสั้น ๆ ภาพเงาดำน่ากลัวก็ตัดผ่านพาพวกเขากลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง เมื่อทั้งคู่ฟื้น มัลลิกาก็รีบขอตัวกลับ เธอไม่ได้

ติดใจอะไรกับความฝันนั้น ผิดกับเจรมัยเขาคิดว่ามันคงไม่ใช่ฝันธรรมดา แต่เป็นเรื่องแปลกที่ได้ฝันซ้ำ ๆ ตลอดหลายคืนที่ย้ายมาอยู่บ้านคุณตาแห่งนี้ เขาจึงพูดให้เจนจิราฟัง ลูกพี่ลูกน้องของ

เขาคนนี้จึงบอกว่า การที่ส่งมัลลิกาไปสัมภาษณ์เจรมัยในคืนวันงานรับรางวัล เพราะเธอเห็นว่ามัลลิกาหน้าตาเหมือนคุณยายทวด เช่นเดียวกับที่เจรมัยหน้าตาเหมือนคุณตาทวดที่ชื่อเที่ยงของ

พวกเขา เลยคิดว่าหนุ่มสาวทั้งคู่คงกลับชาติมาเกิด จึงอยากให้มีโอกาสได้เจอกัน เจรมัยแปลกใจกับสิ่งที่ได้ฟัง เจนจิราจึงบอกให้เขากลับไปดูรูปคุณตาทวดกับคุณยายทวดที่ห้องของคุณตา

เมื่อเจรมัยกลับไปดูเขาไม่ได้พบเพียงภาพถ่าย แต่พบบันทึกของคุณตาทวดอยู่ในลิ้นชักนั้นด้วย เจรมัยไล่อ่านบันทึกไปเรื่อย ๆ และเขาก็ได้กลับไปเห็นภาพในอดีตอีกครั้ง เรื่องราวทั้งหมด

ดำเนินไปราวกับเป็นการเล่าเรื่องตั้งแต่ต้นให้เขาได้รับรู้ แต่ทุกครั้งจะต้องมีเงาดำของใครสักคนมาขัดขวางอยู่ร่ำไป

เช้าวันหนึ่งคุณจรรยาชวนเจรมัยไปทำบุญที่วัด พระแก่พรรษารูปที่เคยบวชให้เขา ทักว่าเขาอายุครบยี่สิบสามปีแล้ วถึงเวลาที่คนในบ่วงกรรมจะมาบรรจบพบกัน คุณจรรยาใจไม่ดี และเมื่อกลับ

มาถึงบ้านก็ได้เจอกับพราหมณ์คนที่เคยทักว่า เจรมัยมีวิญญาณติดตามเมื่อยี่สิบปีก่อน พราหมณ์คนนี้ทักว่า เจรมัยกำลังมีเคราะห์อาจถึงตาย หากเขาไม่หาผู้ร่วมกรรมอีกคนมาอยู่ด้วยกันที่บ้าน

หลังนี้ภายในสามวัน เจรมัยไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่คุณจรรยาเชื่อ ท่านเล่าให้เจรมัยฟังว่า พราหมณ์คนนี้เคยทักเรื่องเขาเมื่อตอนแรกเกิด ตอนนั้นคุณจรรยากลัวมากเลยชวนสามีพาเจ

รมัยหนีไปอยู่ที่อื่น แต่การหนีครั้งนั้นเกิดอุบัติเหตุจึงทำให้สามีของเธอเสียชีวิต และเธอต้องใช้ชีวิตกับเจรมัยลำพังสองแม่ลูกตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมา

เมื่อเจนจิราได้รู้ถึงการทักของพระและพราหมณ์เรื่องนี้ หญิงสาวนึกถึงมัลลิกาในทันที คุณจรรยาก็เห็นด้วย แต่เจรมัยกลับไม่เชื่อ เขาไม่คิดว่ามัลลิกาจะคือผู้ร่วมกรรมที่จะต้องมาอยู่ด้วยกัน

หากวันนั้นเขาพาจ๋าลูกสาววัยสิบขวบของน้าสาวไปเที่ยวสวนสนุกและเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับจ๋า อาการโคม่า เขาจึงนึกถึงคำที่พราหมณ์คนนั้นทักว่า ถ้าไม่เชื่อจะทำให้คนในครอบครัวได้รับผลกระ

ทบไปด้วย เมื่อเกิดเรื่องอย่างนั้นขึ้นเจรมัยจึงจำต้องเชื่อ เขาไปเจรจากับมัลลิกาให้เธอมาค้างที่บ้านคุณตาด้วยกัน แต่เพราะพูดกันไม่เข้าใจ มัลลิกาจึงคิดว่าเขาหยามเธอ ทำให้การเจรจาไม่

สำเร็จ เจนจิราจึงเป็นคนยื่นมือเข้ามาช่วยอีกครั้ง และทำได้สำเร็จ

คืนที่มัลลิกายอมไปอยู่ร่วมห้องกับเจรมัย เธอได้ยินเสียงแปลก ๆ ไล่เธอไปจากบ้าน เธอจึงตั้งใจจะเล่าให้นักร้องหนุ่มฟังถึงเหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้น เหมือนขัดขวางไม่ให้เธอมาบ้านหลัง

นี้ แต่ยังไม่ทันจะได้เล่า ขาของเธอก็โดนมือมืดจับไว้ทำให้สะดุดล้ม เจรมัยมารับไว้จึงพากันล้มไปด้วยกันหัวฟาดกับตู้เสื้อผ้าสลบไปทั้งคู่ และ

การสลบครั้งนี้ได้นำพาคนทั้งสองไปสู่เรื่องราวในอดีตทั้งหมด

สมัยรัชการที่ 7 คหบดีคนหนึ่งได้ว่าจ้างคณะหนังตะลุงของนายเที่ยงเข้ามาเล่นในกรุงเทพฯ โดยให้ทั้งคณะพักที่เรือนรับรองในอาณาบริเวณบ้านอันกว้างใหญ่ของเขา ครั้งนั้นนายเที่ยงซึ่งเป็น

นายหนังวัยยี่สิบสามปีได้พบกับมาลีลูกสาวคนเล็กที่เกิดจากเมียฝรั่งของคหบดีผู้ร่ำรวยคนนั้น เพียงแวบแรกที่ได้เห็น นายเที่ยงก็หลงรักมาลีในทันที มันเป็นรักแรกพบ รักในความงาม รอยยิ้ม

และความอ่อนโยนอ่อนหวานมีไมตรีของเธอ หากนายเที่ยงก็รู้ว่าตัวเองไม่คู่ควร จึงทำเพียงคอยดูแล ช่วยเหลือมาลีในเรื่องต่าง ๆ เวลาเธอมีทุกข์อันเกิดจากพี่น้องต่างมารดาอย่างมณฑากับ

มารศรี นายเที่ยงก็จะใช้หนังตะลุงเล่นหยอกเย้าให้เธอหัวเราะและอารมณ์ดีขึ้นได้

ความสนิทสนมของคนทั้งคู่อยู่ในสายตาของทุกคน รวมถึงสารภี หญิงสาวที่มากับคณะหนังตะลุงของนายเที่ยง เธอหลงรักนายเที่ยงมาแสนนาน แต่นายเที่ยงเห็นเธอเป็นเพียงน้องสาว สารภี

ไม่ชอบใจที่มาลีมาแย่งความสำคัญไป เธอจึงไม่ถูกชะตากับมาลี แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรมากเพราะมาอาศัยบ้านเขาอยู่ ผิดกับสองพี่น้องมณฑากับมารศรีซึ่งไม่มีความรักต่อน้องต่างท้องมารดาเลย

คอยคิดแต่จะกำจัดมาลีเรื่อยมา คราวนี้เมื่อเห็นมาลีสนิทกับชายต่างถิ่นที่มีอาชีพเล่นหนังตะลุงหากิน จึงคิดแผนจะใส่ร้ายด้วยเรื่องเสื่อมเสีย ดังนั้นคืนที่นายเที่ยงไปเล่นหนังตะลุง มณฑากับ

มารศรีจึงหลอกมาลีไปยังวัดใกล้บ้าน พอนายเที่ยงกลับมารู้จากพี่เลี้ยงของมาลีว่าเธอหายไปยังไม่กลับมา นายเที่ยงก็เลยออกตามหาและไปเจอที่วัด นายเที่ยงโดนทุบจนสลบแล้วลากไปนอน

ก่ายกอดอยู่กับมาลีที่โดนกระทำเช่นเดียวกันไปก่อนหน้านี้ที่ริมรั้ววัด ทั้งสองคนถูกทิ้งไว้อย่างนั้นจนเช้า

ชาวบ้านแถวนั้นผ่านมาเห็นก็ซุบซิบนินทากัน จนกระทั่งบิดาของมาลีมาเห็น เขาจึงสั่งให้ทั้งสองคนกลับเรือน แต่ด้วยความรัก ความเชื่อถือในตัวลูกสาวคนเล็กว่าเป็นคนดี บิดาจึงไม่ได้ลงโทษ

ในทันที หากไต่สวนจนพอจะเดาออกว่ามาลีโดนกลั่นแกล้ง ความรัก ความห่วงใยอยากให้ลูกสาวพ้นจากการถูกรังแก บิดาจึงแก้ปัญหาด้วยการให้หนุ่มสาวทั้งสองแต่งงานกัน พร้อมกับยกบ้าน

หลังใหญ่ให้เป็นของขวัญแต่งงาน การตัดสินครั้งนี้ทำให้มารศรีซึ่งแอบรักนายเที่ยงอยู่เช่นกันช้ำใจมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ผิดกับสารภีที่ทำใจไม่ได้ เธอตามมาตบตีมาลีอย่างคุมแค้น เกลียด

ชิงชังที่มาลีแย่งความรักจากนายเที่ยงไป

สารภีหลงคิดเสมอว่า การที่นายเที่ยงเอ็นดูเธอมากกว่าใคร ๆ คือความพิเศษ คือสิ่งที่เขาทำให้ด้วยใจเสน่หา ครั้งหนึ่งมาลีเคยฝากดอกสารภีมาให้กับนายเที่ยง แต่เพราะนายเที่ยงรู้ว่าสารภีไม่

ชอบมาลี เขาจึงไม่ได้บอกว่ามาลีเป็นคนฝากมา นั่นเป็นเรื่องเล็กน้อยที่นายเที่ยงไม่ได้คิดเอะใจอะไร แต่สำหรับสารภีเธอคิดว่าเขามีใจต่อเธอ เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้จึงเหมือนโดนแย่งของรักที่

เจ็บปวดแสนสาหัส

ข่าวการแต่งงานของมาลีกับนายเที่ยงร่ำลือกันไปทั่ว ชายหนุ่มที่เคยหมายปองมาลีต่างไม่พอใจที่หนุ่มต่างถิ่นมาคว้าเธอไปเสียได้ ดังนั้นก่อนการแต่งงาน นายเที่ยงมีการแสดงหนังตะลุงอีก

ครั้ง ในงานนั้นนายเที่ยงไปที่เวทีช้ากว่าคนในคณะทุกคน เมื่อไปถึงเขาจึงพบเพียงเวทีที่ถูกเผาไหม้ พอกลับมาเรือนพักจึงได้รู้ว่า สารภีพยายามเข้าไปเอาหนังตะลุงออกมาจากกองเพลิงจึงถูก

ไฟไหม้ด้านหน้าจนหมด สารภีไม่ยอมไปหาหมอ แต่ให้บิดาซึ่งเป็นคนในคณะหนังตะลุงใช้สมุนไพรรักษา ทว่าแผลของเธอสาหัสจนเกินไป สารภีจึงอยู่ได้ไม่นาน

นายเที่ยงรู้สึกสิ้นหวังที่มรดกของครอบครัวถูกเผาไหม้ และเขารู้สึกผิดต่อสารภีเป็นอย่างมาก ในชีวิตของเขาสิ่งที่รักที่สุดคือบิดามารดา รองลงมาคือหนังตะลุงเท่านั้น สารภีรู้ข้อนี้ดี ดังนั้นก่อน

สิ้นลมหายใจเธอจึงขอให้นายเที่ยงเล่นหนังตะลุงโรงเล็ก โดยใช้หนังตะลุงที่เป็นของที่ระลึกเล่นให้เธอดูเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมกับขอสัญญาให้เขาไม่แต่งงานกับมาลี นายเที่ยงรู้ดีว่าเขายกเลิก

การแต่งงานไม่ได้ แต่ก็ยอมรับปากเพราะถือว่าเป็นคำขอครั้งสุดท้ายของคนกำลังจะตาย

เมื่อสารภีสิ้นใจเธอแอบสั่งเสียนายโพนผู้เป็นบิดาเอาไว้ว่า ให้เขาเลาะหนังตรงแผ่นหลังของเธอไปทำหนังตะลุงให้นายเที่ยงใหม่ เขาจะได้ใช้แสดง ทำมาหากินและสร้างคณะหนังตะลุงให้ยิ่ง

ใหญ่อีกครั้ง และเธอเองก็จะได้เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เขารักสุดชีวิตเช่นกัน นายโพนไม่อยากทำตาม เพราะการทำแบบนั้นไม่ต่างอะไรจากการเชือดเฉือนเนื้อหัวใจตัวเอง หากก็ต้องทำเพื่อ

ลูกสาวที่รักดั่งแก้วตาดวงใจ นายโพนใช้หนังตรงแผ่นหลังของสารภีทำหนังตะลุงให้นายเที่ยง โดยไม่บอกว่ามันมีที่มายังไง

นายเที่ยงแต่งงานกับมาลีอยู่กินกันจนมีลูก เขาใช้หนังตะลุงตัวนั้นเพียงตัวเดียวทำการแสดงจนเริ่มมีเงินมีทองมาซื้อหนังวัวสร้างหนังตะลุงเพิ่มได้เหมือนเดิม หลายปีต่อมาก่อนนายโพนจะตาย

เขาได้บอกกับนายเที่ยงว่าหนังตะลุงตัวนั้นแท้จริงคือหนังตรงแผ่นหลังของสารภี นายเที่ยงเสียใจและเจ็บปวดมาก เขาจึงยกให้หนังตะลุงตัวนั้นเป็นมรดกเก็บรักษาไว้อย่างดีชั่วลูกชั่วหลาน

โดยไม่รู้ว่าวิญญาณของสารภีสิ่งสู่อยู่ที่หนังตะลุงตัวนั้นเพราะความรักอาลัยที่มีต่อเขา รวมกับความโกรธแค้นที่เขาผิดสัญญา

เมื่อมัลลิกากับเจรมัยตื่นจากการหลับใหลไปแสนนาน ก็เป็นเวลาที่วาระกรรมเก่าวนมาถึง วิญญาณของสารภีออกอาละวาด สิงร่างแคทลียาเพื่อทำร้ายมาลีหลายต่อหลายครั้ง เธอต้องการให้เจ

รมัยหรืออดีตชาติคือนายเที่ยงอยู่กับเธอ แต่เมื่อเขายังกลับมารักกับมาลี ซึ่งกลับชาติมาเกิดเป็นมัลลิกา ผีสาวจึงคั่งแค้น ต้องการฆ่าทุกคนให้หมด แม้แต่เจรมัยเองก็ตาม คุณจรรยารักและเป็น

ห่วงเจรมัยเท่าชีวิต เมื่อหาทางออกไม่เจอ ท่านจึงคิดว่าหากไม่มีหนังตะลุงตัวนั้นทุกอย่างคงจะจบ จึงตั้งใจเผามันทิ้ง แต่วิญญาณของสารภีกลับทำร้ายท่านจนเกือบตาย

เจรมัยหมดหนทางออกที่จะยุติเรื่องทั้งหมด เขาจึงนึกถึงหนังตะลุงซึ่งเป็นการแสดงอันศักดิ์สิทธิ์ของวงศ์ตระกูล ชายหนุ่มตั้งจิตอธิษฐานให้ครูหมอหนังตะลุงช่วยให้เขาผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้

หากมารดาปลอดภัย และเรื่องทั้งหมดจบลง เขาจะเชิญคณะหนังตะลุงมาทำการแสดงที่บ้าน โดยเขาจะขับร้องบางช่วงตอนเหมือนที่นายเที่ยงเคยเป็นนายหนังเมื่อในอดีต คำขอของเขาครั้ง

นั้นส่งผล เมื่อวิญญาณสารภีเข้าสิ่งร่างมัลลิกาแทนร่างของแคทลียา และเจรมัยพาเธอไปวัด ไปเจอกับพระแก่พรรษารูปนั้น

วิญญาณสารภีถึงได้รู้ว่าพระรูปนั้นคือนายโพน บิดาของเธอเมื่อในอดีต วิญญาณสารภีได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดของบิดา ในวันที่เลาะแผ่นหลังของเธอ ความรักที่ยิ่งใหญ่คือบุพการี หาใช่ความรัก

จากคนอื่นไม่ การที่เธอรักตัวเอง รักคนอื่นจนหลงลืมจิตใจของบิดานั้น เป็นบาปอย่างไม่รู้ตัว ผีสาวเสียใจและรู้สึกผิด เธอยอมอโหสิกรรมให้มัลลิกาและเจรมัยที่ตัดสินใจบวชอุทิศส่วนกุศลให้

เธอ

หลังจากเรื่องทุกอย่างเสร็จสิ้นลง คุณจรรยาปลอดภัย เจรมัยก็ติดต่อคณะหนังตะลุงมาทำการแสดงและเป็นการ “ตัดเหมรย” หรือแก้บนที่เขาได้อธิษฐานไว้กับครูหมอหนังตะลุงนั่นเอง ในการ

แสดงครั้งนี้เจรมัยขับร้องบทกลอนบทหนึ่ง ที่ในอดีตนายเที่ยงเคยร้องไว้เป็นคำมั่นสัญญาต่อสารภี เจรมัยดัดแปลงท่อนสุดท้ายเพื่ออำลาและส่งวิญญาณสารภีไปผุดไปเกิด ไม่ให้เธอติดในบ่วง

กรรมอีกต่อไป เจรมัยเพิ่งรู้ตอนนั้นเองว่าการที่เขามีพรสวรรค์ในการร้องเพลง นั่นเพราะในอดีตชาติเขาเคยเป็นนายหนังที่มีเสียงไพเราะนั่นเอง

ห้าปีต่อมาเจรมัยก็แต่งงานกับมาลี เขายังคงรักษาหนังตะลุงตัวนั้นไว้เป็นมรดกของลูกหลานสืบไป…

ละครเข้าใหม่ เรื่องย่อละคร เล่ห์บรรพกาล ละครช่อง 3 บทประพันธ์โดย : วรรณวรรธน์

เล่ห์บรรพกาล ละครช่อง 3

เล่ห์บรรพกาล ละครช่อง 3 เรื่องย่อเล่ห์บรรพกาล เกิดเหตุการณ์ตึกถล่มติด ๆ กันหลายครั้ง ไล่ตั้งแต่จันทบุรีมาถึงกรุงเทพฯ แต่ละครั้งก็จะพบอักขระประหลาดเขียนไว้ที่เสาอาคารก่อนจะเกิดเหตุการณ์ไม่กี่วัน เหตุการณ์นี้ทำให้ทุกคนหวาดกลัวว่าจะเป็นเรื่องของอาถรรพ์หรือไม่ เพราะที่ดินที่สร้างตึกเหล่านั้น ล้วนแล้วแต่เป็นที่ดินเก่าของ ขุนอุทัยโยธิน ขุนนางหนุ่มในสมัยรัชกาลที่ 5 ด้วยกันทั้งสิ้น นอกจากนั้น ก่อนหน้านี้ก็ยังมีผู้พบเอกสารโบราณของขุนอุทัยโยธินที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งมีอักขระแบบเดียวกับที่ปรากฏบนเสาอาคารที่ถล่มทุกแห่งด้วย จึงยิ่งทำให้ข่าวเรื่องอาถรรพ์ของขุนอุทัยโยธินแพร่สะพัด สร้างความหวาดกลัวให้ผู้คนมากยิ่งขึ้น

เพลิงฟ้า นักข่าวของสถานีช่อง 6 สังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นและตัดสินใจสืบเรื่องราวของอักขระปริศนานั้นต่อ และพบว่ามันเกี่ยวข้องกับ ศาสตราจารย์อดุล จุลโภค ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ และยังเป็นอดีตคณะกรรมการที่ปรึกษาของคณะรัฐบาล แต่ปัจจุบันศาสตราจารย์อดุลได้ออกมาจากคณะกรรมการดังกล่าวแล้วด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ ศาสตราจารย์อดุลมีภรรยาที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเพลิงฟ้า ชื่อว่า ปักบุญ และมีหลานสาวหนึ่งคน ชื่อว่า สิตางศุ์

ปักบุญ หรือในอดีตก็คือเด็กหญิงที่เคยเป็นข่าวว่าระลึกชาติได้ เคยเป็นเด็กในการอุปการะของ นายพลคิด อิทธิวงศ์ อดีตนายทหาร นายพลคิดมีบุตรชายคนหนึ่ง คือ คราส อิทธิวงศ์ ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ช่วยของรองนายกรัฐมนตรี ปรีดา หัวหน้าคณะที่ปรึกษาของคณะรัฐบาล นายพลคิดกับศาสตราจารย์อดุล หมายมั่นปั้นมือให้คราสกับสิตางศุ์แต่งงานกัน นายพลคิดให้เหตุผลว่าปักบุญมองเห็นว่าสิตางศุ์กับคราสเป็นเนื้อคู่กันมาก่อน

เพลิงฟ้ากับสิตางศุ์มีโอกาสได้เจอกันโดยบังเอิญ เมื่อเพลิงฟ้าได้สัมผัสตัวสิตางศุ์ ความสามารถในการระลึกชาติของเพลิงฟ้าที่สะกดไว้ ก็ค่อย ๆ ตื่นขึ้นมาทีละน้อย เริ่มเกิดคดีฆาตกรรมลึกลับขึ้นกับคนรอบตัวของเพลิงฟ้า และเมื่อเพลิงฟ้าแตะที่ตัวเหยื่อ ก็เริ่มเห็นบางสิ่งบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับการตาย เช่น สีที่บ่งบอกจิตใจของฆาตกร สถานที่ อาวุธ ฯลฯ และตัวอักขระลึกลับเหมือนกับที่ปรากฏในที่เกิดเหตุระเบิด เพลิงฟ้ามั่นใจว่าการตายของคนเหล่านี้ เกี่ยวข้องกับเหตุวินาศกรรมในที่ดินของขุนอุทัยแน่ จึงไปขอความช่วยเหลือจากสิตางศุ์ ยิ่งสืบทั้งคู่ก็ยิ่งรู้สึกได้ว่ามีบุคคลบางกลุ่มอยู่เบื้องหลัง คดีฆาตกรรมทั้งหมด เป็นไปเพื่อจุดประสงค์บางอย่างซึ่งอันตรายขึ้นเรื่อย ๆ และนอกจากนั้น ทั้งคู่ยังได้รู้ด้วยว่าอีกฝ่ายคือเพื่อนในวัยเด็กของตนนั่นเอง

เพลิงฟ้าเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวในอดีตทั้งหมดและได้เห็นเทวรูป กาลเทพ ที่มีพลังอำนาจสามารถเห็นอนาคตได้ และผู้ที่ควบคุมอนาคตได้ ก็เท่ากับได้พลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมาไว้ในมือ ในอดีตขุนอุทัย ได้รู้ถึงพลังอำนาจของเทวรูปกาลเทพ จึงกลัวว่าจะมีคนเอาเทวรูปไปใช้ในทางที่ผิด จึงทำพิธีสะกดเทวรูปไว้กับวิญญาณคน 9 คน ซึ่งถ้าคนทั้งเก้าไม่ได้เกิดมาในชาติเดียวกัน และถูกฆ่าพร้อมกันในชาตินั้น ก็จะไม่มีทางคลายมนต์สะกดได้ แต่ในชาตินี้คนทั้ง 9 ได้กลับมาเกิดพร้อมกันอีกครั้ง จึงเป็นที่มาของคดีฆาตกรรมประหลาดที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ซึ่งตนกับสิตางศุ์จะต้องหยุดยั้งให้ได้

เทวรูปกาลเทพได้กลืนกินชีวิตผู้คนมาหลายร้อยปี เพราะทุกคนต่างก็หวังจะได้เป็นผู้ครอบครอง แต่ก็ไม่มีใครได้สมใจ “อดีตชาติ” เกิดสิ่งใดขึ้นบ้าง เกิดด้วยฝีมือใคร ส่งผลร้ายถึงปัจจุบันอย่างไร ใครกันบ้างต้องรับโทษ แล้วใครจะหยุดยั้งเหตุร้ายเหล่านี้ได้ มาติดตามกันต่อได้ในละคร เล่ห์บรรพกาล ที่ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางช่อง 3 กด 33 ละคร เล่ห์บรรพกาล เริ่มตอนแรกวันอังคารที่ 3 มีนาคม 2563

บทประพันธ์โดย : วรรณวรรธน์
บทโทรทัศน์โดย : เอกลิขิต
กำกับการแสดงโดย : ฟิว-กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล
ผลิตโดย : บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ควบคุมการผลิตโดย : ปิ่น-ณัฏฐนันท์ ฉวีวงษ์