แซเกอรีลีวาย เผยความรู้สึกสนุกที่ได้เป็นตัวของตัวเอง ในการทำงานหนัง Shazam!

แซเกอรีลีวาย (Zachary Levi) ได้รับบทบาทเป็นซูเปอร์ฮีโร่คนใหม่ให้กับจักรวาลหนังดีซีอย่างชาแซม ใน หนัง Shazam! ที่เพิ่งเข้าฉายไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ แต่เชื่อว่าหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า ก่อนหน้านี้เขาเคยรับบทเป็น แฟนดราล ในจักรวาลหนังมาร์เวลอย่าง Thor: Dark World (2013) และ Thor: Ragnarok (2017) ด้วย

ล่าสุดนักแสดงหนุ่มก็ได้ไปปรากฏตัวในงาน Mega Con ที่ออร์แลนโด ได้ขึ้นเวทีและตอบคำถามจากแฟน ๆ ที่เข้าร่วมฟังมากมาย โดยหนึ่งในคำถามที่น่าสนใจในครั้งนี้ก็คือ ระหว่างทำงานให้กับ หนัง Shazam! และหนังแฟรนไชส์ Thor เรื่องไหนที่เขาสนุกมากกว่ากัน ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ตอบคำถามนี้ว่า

ผมหมายถึงว่า ผมรู้สึกว่าทำงานกับดีซีแล้วสนุกกว่า ผมได้เป็นซูเปอร์ฮีโร่ของดีซี มันเป็นเรื่องที่เจ๋งมากที่ผมได้แสดงบทนี้ แม้ว่าผมจะไม่สามารถทำได้ในหนัง Thor ภาคแรก ผมได้รับบทนี้โดย เคนเน็ธ บรานาห์ (Kenneth Branagh) คนที่ผมคิดว่าเขาเป็นคนที่มีพรสวรรค์สูงมาก

นอกจากนี้ แซเกอรี ลีวาย ยังได้เปิดเผยว่าการทำงานในบทบาทของเขาในหนังแฟรนไชส์ Thor เทียบไม่ได้เลยกับบทบาทนักแสดงนำใน หนัง Shazam!

อันที่จริงเรามีเรื่องสนุก ๆ อยู่ไม่น้อย แต่เราก็ไม่ได้ทำเรื่องสนุก ๆ พวกนั้นมากเท่าไร ผมหมายถึง ใครก็ตามที่ได้ดูหนัง คุณน่าจะรู้ว่าหนังของพวกเขาไม่ได้ไปในทิศทางนั้น ผมเลยไม่ได้ทำอะไรมากเท่าไร

ผมไม่สามารถสนุกสนานได้เท่ากับการที่ได้เป็นตัวของตัวเอง ที่กลายมาเป็นเด็กอายุ 14 ในร่างของซูเปอร์ฮีโร่ผู้ใหญ่ ความสนุกสนาน เรื่องที่ชวนหัวเราะ ความสุขกายสบายใจ และจิตใจที่ดี ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นพื้นฐานสำคัญที่ได้จากหนังสนุกเรื่องนี้

เมื่อเราอยู่ในที่ที่เขาต้องการเรา เราจะมีตัวตนเสมอ และดูเหมือนว่าเขาได้อยู่ในที่ที่ตัวเขาและแฟนหนังต้องการแล้ว เชื่อว่าหลังจากนี้เขาจะแสดงความสามารถในบทบาทของชาแซมออกมาให้แฟน ๆ ได้สนุกสนานยิ่งกว่าที่ทำไว้ใน หนัง Shazam! ภาคแรกอย่างแน่นอน

ดูบอลออนไลน์

นนชานน ขอโทษผู้จัดงานสุพรรณหงส์ หลังเข้าใจผิดยังไม่ได้รางวัลตั้งแต่ปีที่แล้ว!!

นนชานน สันตินธรกุล ผู้คว้ารางวัลผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์ ฉลาดเกมส์โกง ไปในปีที่แล้วได้ขึ้นมาเป็นผู้ประกาศรางวัลผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่ยมในปีนี้ ซึ่งก่อนที่ หนุ่มนน จะประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงสาขาดังกล่าว เจ้าตัวได้เอ่ยถึงโมเมนต์หลังจากที่ตนได้รับรางวัลไปแล้วว่า

ดีใจมากครับที่ได้มายืนอยู่ตรงนี้นะครับ ปีที่แล้วได้รางวัลไป กลับเข้าไปเจอพี่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งบอกว่าเดี๋ยวพี่เอาไปสลักชื่อให้ ทุกวันนี้ยังไม่ได้รางวัลถึงมือเลยครับ (ต้นหอม “ชื่อเรายาวหรือเปล่าคะ”) ไม่แน่ใจเหมือนกันครับผม ก็ยังไงฝากส่งไปที่บ้านผมด้วยนะครับผม

หลังจากที่ได้ฟังคำพูดดังกล่าวทำเอาหลายคนอดไม่ได้ที่จะตักเตือนนักแสดงหนุ่มว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวก็ได้ออกมาขอโทษทางผู้จัดงานสุพรรณหงส์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวแล้วว่าไม่ได้สื่อสารกับทางที่บ้านซึ่งได้รับรางวัลไปแล้วเมื่อหลายเดือนก่อน จากคำพูดดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่สมควร และแสดงถึงความขาดวุฒิภาวะ เพราะต่อให้ในความเป็นจริงนั้นไม่ได้รับจริงๆ ก็ไม่ควรพูดออกไปแบบนั้นอยู่ดี

“พี่สตาฟเดินมาหาผม แล้วเอารางวัลผมไปบอกว่าเดี๋ยวจะไปสลักชื่อ ทุกวันนี้ ผมยังไม่ได้รางวัลนั้นเลย” นี่เป็นคำพูดของผมที่พูดออกไปในงาน #สุพรรณหงส์28 ตอนได้รับเกียรติขึ้นไปประกาศรางวัลนำหญิง คำอาจจะไม่เป๊ะนะครับ แต่ก็ประมาณนั้น ผมต้องขอโทษทุกท่านด้วยครับ

ข้อแรก รางวัลนั้นทางบ้านผมได้เมื่อหลายเดือนก่อนแล้ว ผมเป็นคนที่ไม่ได้สื่อสารกับทางที่บ้านเอง ตัวผมก็ไม่รู้นึกว่ายังไม่ได้ และ

ข้อสอง หลังจากที่ได้พูดออกไป ก็รู้สึกได้เลยว่าสิ่งที่ทำมันเป็นสิ่งที่ไม่สมควรแค่ไหน ได้แสดงถึงความไม่โตมากพอ ขาดวุฒิภาวะ เพราะต่อให้ในความเป็นจริงนั้นไม่ได้รับจริงๆ ก็ไม่ควรพูดออกไปแบบนั้นอยู่ดี

วินาทีนั้นผมตื่นเวทีมากๆ ความคิดโง่ๆ ก็ดันผุดขึ้นมาแบบไม่คิดหน้าคิดหลังก่อนว่าจะทำให้คนอื่นเสียหายในภายหลัง ความคิดตื้นๆแค่ว่า “เออ อาจจะตลกดีก็ได้มั้ง”

สุดท้ายก็เลยได้แต่ตลกตัวเองที่ทำอะไรโง่ๆ ลงไป ทางบ้านเองก็ตกใจเพราะไม่ได้บอกอะไรเค้าก่อน ผมรู้สึกผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้นเลยอยากจะกราบขอโทษทุกๆท่านและทุกๆฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางผู้จัดงานสุพรรณหงส์อีกครั้งครับ

ทั้งนี้หลังจาก หนุ่มนน ได้ออกมาขอโทษทางผู้จัดงานสุพรรณหงส์ถึงความไม่เหมาะสมดังกล่าว เหล่าแฟนคลับรวมไปถึงผู้กำกับชื่อดังอย่าง ย้ง ทรงยศ ก็ได้คอมเมนต์ให้กำลังใจเจ้าตัวกันอย่างล้นหลาม

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.mthai.com

บองจุนโฮ พา “Parasite” คว้ารางวัลปาล์มทองคำจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2019

บองจุนโฮ พา “Parasite”

บองจุนโฮ กับภาพยนตร์ตลกร้ายระทึกขวัญเรื่อง Parasite ที่เล่าเรื่องราวของพัฒนาการการเหลื่อมล้ำของสังคมได้คว้ารางวัลใหญ่ที่สุดประจำเทศกาลหนังเมืองคานส์ไปครอง โดยถือเป็นผู้กำกับชาวเกาหลีใต้คนแรกที่ได้รับรางวัลนี้ ทั้งนี้ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2017

เขาเคยนำภาพยนตร์เรื่อง Okja มาฉายที่คานส์ ซึ่งกลายเป็นกระแสฮือฮาเพราะเป็นผลงานแรกจาก Netflix ที่ได้รับโอกาสในการเข้าฉายในเทศกาลหนังดังกล่าว

บองจุนโฮ ค่อยๆ สร้างชื่อจากในประเทศในช่วงยุคปี 2000 โดยเฉพาะ Barking Dogs Never Bite และ Memories of Murder ก่อนที่จะกลายเป็นที่พูดถึงไปทั่วโลกจาก The Host หนังสัตว์ประหลาดที่เสียดสีสังคมอันเห็นแก่ตัวได้อย่างถึงแก่น หลังจากนั้นเขาก็มีผลงานเด่นๆ ตามมาเรื่อยๆ ทั้ง Snowpiercer, Okja และล่าสุดกับ Parasite ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง

ด้านรางวัลกรังด์ปรีซ์ที่หลายคนจับตามองเช่นกันก็ตกเป็นของ Atlantics ผลงานการกำกับของ มาติ ดิออป ที่สร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้กำกับหญิงผิวสีคนแรกในรอบ 72 ปีของเทศกาลหนังเมืองคานส์ที่คว้ารางวัลใหญ่มาครองได้ (เธอเป็นชาวฝรั่งเศส-เซเนกัล) กับเรื่องราวของผู้อพยพสาวที่ต้องเผชิญหน้ากับเรื่องราวอันไม่คาดฝัน ซึ่งก่อนหน้านี้เธอเคยกล่าวว่ารู้สึกเศร้าเล็กน้อยที่กว่าภาพยนตร์จากผู้กำกับหญิงชาวแอฟริกันจะได้ฉายที่คานส์ก็ต้องรอถึงปี 2019 เลยทีเดียว

รางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมตกเป็นของ ซีลิน เชียมมา จากภาพยนตร์เรื่อง Portrait of a Lady on Fire ส่วนสองพี่น้องรุ่นใหญ่จากเบลเยียม ฌอง-ปิแอร์ และ ลุค ดาร์เดนน์ คว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจาก Young Ahmed ในขณะที่รางวัลทางการแสดงตกเป็นของ เอมิลี บีแชม จาก Little Joe และนักแสดงสุดเก๋า แอนโตนิโอ แบนเดอรัส จาก Pain and Glory ที่ได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงและชายยอดเยี่ยมตามลำดับ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com