หนังผีทำเงินหลักร้อยกว่าล้านห้าแพร่ง รายได้ : 113 ล้านบาท

หนังผีทำเงินหลักร้อยกว่าล้านห้าแพร่ง 5 เรื่องมามิกซ์รวมกัน รายได้ : 113 ล้านบาท

หนังผีทำเงินหลักร้อยกว่าล้านห้าแพร่ง หลังจากประสบความสำเร็จอย่างดี ใน สี่แพร่ง GTH เดินหน้าสร้าง ห้าแพร่งต่อ โดยใช้คอนเซ็ปต์เดิม คือเอาเรื่องที่ไม่เกี่ยวกัน 5 เรื่องมามิกซ์รวมกัน (แต่จริงๆแล้วทุกเรื่องจะมีเกร็ดเล็กๆที่เชื่อมโยงกันได้) เช่นเคยทั้ง 5 เรื่อง มีความกระจัดกระจายและคนละโทน มีทั้งตลกเฮฮา และตึงเครียดซีเรียส กดดัน โดยผู้กำกับ 5 คน ประกอบไปด้วย ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์ , โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล ,โอ๋-ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ, วิสูตร พูลวรลักษณ์ และ กอล์ฟ-ปวีณ ภูริจิตปัญญา

แม้จะได้รายได้มากกว่า แต่ ห้าแพร่ง ได้รับเสียงวิจารณ์ที่เป็นรองสี่แพร่งอยู่พอสมควร โดยส่วนใหญ่จะบอกว่า แนวทางของหนังเดาได้ง่ายเกินไปหน่อย และไม่มีความแปลกใหม่มากนัก อย่างไรก็ตาม ก็เหมือนในตอนที่ 5 เรื่อง “คนกอง” ที่กำกับโดย “โต้ง-บรรจง” นั่นแหละ ในเรื่องมีตัวละครพูดว่า ยุคสมัยนี้ ทำหนังผียาก เพราะคนดูจับทางได้หมดแล้ว

หนังผีทำเงินหลักร้อยกว่าล้านห้าแพร่ง

หลังจาก ห้าแพร่งมา GTH ก็ไม่ได้เดินทางไปต่อใน หกแพร่งแต่อย่างใด แต่หยุดไว้เพียงแค่นี้ และหนังผี ในเจเนเรชั่นต่อไปก็ไม่ได้เป็นการรวมเรื่องสั้นอีก…

ฮักมะย๋อมมะแย๋ม เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยอุปสรรคของ บักโจ้

ฮักมะย๋อมมะแย๋ม

ฮักมะย๋อมมะแย๋ม  วันที่เข้าฉาย 19 ธันวาคม 2019

ผู้กำกับ :
เจี้ย แปซิฟิก

นักแสดง :
เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา, เจี้ย แปซิฟิก,วัชรพงษ์ ปัทมะ พราวภิชณ์ษา สุทธนากาญจน์, ขุนคำ สิทธิยม สุภาพร สมวิจิตร, นุนี กุมพลภักดี, สุชาติ พุดจันทึก, สายสิน วงษ์คำเหลา, เจเน็ต เขียว

ค่ายภาพยนตร์ :
ฮักมะย๋อมมะแย๋ม/M Pictures

เรื่องย่อ

เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยอุปสรรคของ บักโจ้ (รับบทโดย วัชรพงษ์ ปัทมะ) ชายหนุ่มสุดซื่อที่ถูกสถานการณ์บีบคั้นให้ต้องร่วมมือกับ จู๋ (แสดงโดย เจี้ย แปซิฟิก) หลอกลวงครอบครัวของ แมว (รับบทโดย สุภาพร สมวิจิตร) เพราะหวังล้วงสูตรลับ “แจ่วบอง” ประจำตระกูล มาขายเพื่อเอาเงินไปสู่ขอแฟนสาว ตั๊ก (แสดงโดย พราวภิชณ์ษา สุทธนากาญจน์) แต่เรื่องราวกลับพลิกผันเมื่อตัวเขานั้นกลับไปตกหลุมรักแมวซะงั้น ขณะเดียวกันแมวที่เริ่มมีใจให้กับบักโจ้ก็ต้องผิดหวังเมื่อรู้ว่าชายหนุ่มที่เธอรักและไว้ใจเข้ามาเพียงเพื่อหาผลประโยชน์เท่านั้น บักโจ้จะทำอย่างไรเพื่อเรียกความเชื่อใจและหัวใจของแมวให้กลับมาได้อีกครั้ง

ฮักมะย๋อมมะแย๋ม

หนังฉลอง 7 ปี GTH

หนังฉลอง 7 ปี GTH

หนังฉลอง 7 ปี GTH: โปรแกรมสุดพิเศษ เพื่อฉลองครบ 7 ปี จีทีเอช กับหนังรัก 3 รุ่น 3 วัย

ของการรวมเหล่าศิลปินมากมายความสามารถจาก จีทีเอช อาทิเช่น ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์, คริส หอวัง, เก้า-จิรายุ ละอองมณี, ปัน ปัน -สุทัตตา อุดมศิลป์, โอปอล์-ปาณิสรา พิมพ์ปรุ

พร้อมด้วยการเข้าสู่ภาพยนตร์เป็นครั้งแรก ของ สู่ขวัญ บูลกุล พิธีกรรมสาวสวยจากรายการ บาคาร่า

เรื่องเล่าเช้านี้ และก็พิเศษสุดๆก็คือ นิชคุณ หรเวชกุล นักร้องยอดฮิตระดับทวีปเอเชีย จะมาขึ้นจอใหญ่ครั้งแรกในหนังเรื่องนี้ โดยมี 3 ผู้กำกับ 3 รุ่น 3 สไตล์ กอล์ฟ-ปวีณ ภูริจิตปัญญา, ปิ๊ง-อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม แล้วก็ เก้ง-จิระ มะลิกุล รับหน้าที่กำกับการแสดง…

9 Satra 9 ศาสตรา

9 Satra 9 ศาสตรา

“๙ ศาสตรา” เกิดเรื่องราวการเสี่ยงภัยของ อ๊อด เด็กวัยรุ่นที่ชะตาลิขิตให้เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดสำหรับเพื่อการกู้อาณาจักร รามเทวดานคร แผ่นดินกำเนิดของเขาให้รอดพ้นอำนาจของ เทหะยักษา เจ้าที่ยักษ์ผู้เข้ามาครอบครองอาณาจักร รวมทั้งก่อความทุกข์ใจทุกข์เข็ญให้กับเหล่าสามัญชน ซึ่ง อ๊อด ได้ฝึกหัดต้มกรำ

เล่าเรียนศิลป์การต่อสู้มวยไทย ที่เคยหายสูญไป จากคุณครูมวยลำดับต้นๆของแผ่นดิน โดย อ๊อด มีภารกิจอันยิ่งใหญ่ สำหรับเพื่อการนำสุดยอดศาสตราอาวุธ ๙ ศาสตรา ไปมอบให้องค์ชายรัชทายาทที่ รามเทวดานคร เพื่อใช้เพื่อสำหรับการกู้อาณาจักร กับพวกพ้องเพื่อนพ้อง ไม่ว่าจะเป็น “เพื่อนหลาน” โจรสลัดอากาศสาวสวยคนจีน และลิงทะความสงบ นามว่า “วาตะ” พระราชโอรสที่อาณาจักรลิง รวมทั้ง “อสุรีสีน้ำตาลอ่อนด” ยักษ์สีแดงร่างใหญ่ใจดี บาคาร่า

อ๊อด แล้วก็พวกจะสามารถทำภารกิจนี้ให้เสร็จเช่นไร เขาจะคว้าแชมป์ในศึกครั้งใหญ่กับกองทัพโหดเหี้ยมทมิฬใหญ่โตของเหล่ายักษาได้หรือเปล่า ใครเป็นวีรบุรุษที่จะมาช่วยปล่อยพลเมืองที่กลายเป็นขี้ข้าจากอำนาจมืดนี้ ติดตามได้ใน “๙ ศาสตรา” ภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่ยิ่งใหญ่หรู รวมทั้งสนุกสนานตื่นเต้นครบรสทุกอารมณ์…

Khun-Pun ขุนพันธ์

Khun-Pun ขุนพันธ์

ขุนพันธ์ เรื่องราวจากชีวประวัติของ ขุนพันธรักษ์ราชเดช อดีตนายตำรวจโด่งดังที่ปราบเสือตามภูมิภาคต่างๆของประเทศ โดยได้สมญานามว่า นายพลตำรวจหนังเหนียวผู้ทำโดยไม่ลงทุน หรือ ขุนพันธ์ ดาบแดง ซึ่งเป็นดาบที่เชื่อว่าสืบทอดมาจากพระยาพิชัยดาบหัก บาคาร่า รวมทั้งความกล้าหาญที่ปราบเสือดังในภาคกลางอย่าง เสือดำ เสือมเหศวร เสือใบ เสือฝ้ายด้วย…

ท็อปดารณีนุช อ่วม โดน บี๋ ธีรพงศ์ ซัดไม่ยั้งอีกหนึ่งฉากเด็ด ชั่วฟ้าดินสลาย

ท็อปดารณีนุช โพธิปิติ ก็ต้องรับหนักโดน “บี๋-ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์” ใช้อารมณ์ลงไม้ลงมือแบบไม่ยั้งในภาพยนตร์โศกนาฏกรรมรักเรื่อง “ชั่วฟ้าดินสลาย” ของผู้กำกับชั้นครู “หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล”

ฉากนี้เป็นฉากที่ “มะขิ่น” (ท็อป ดารณีนุช) เข้ามาแจ้งข่าวให้ “พะโป้” (บี๋ ธีรพงศ์) รับรู้ถึงการเป็นชู้กันของหลานรักและภรรยาสุดที่รัก แต่พะโป้ไม่เชื่อและได้บันดาลโทสะทั้งตบทั้งเตะมะขิ่นแบบสุดแรง งานนี้สาวท็อปก็ขอให้ตบจริงเจ็บจริง

เพื่อเข้าถึงอารมณ์ของตัวละครอย่างแท้จริง “ฉากหนักอีกฉากที่โดนพะโป้ตบเนี่ย ก็เป็นฉากหนึ่งที่ต้องเล่นหลายเทคมากเลย เพราะว่ามันจะมีทั้งภาพแคบ ภาพกว้าง สิ่งที่ต้องระวังก็คือว่าการแสดงภาพยนตร์จะต่างจากละคร ละครจะมีกล้องรับหลายมุมเลย แต่กล้องหนังเขาจะมีตัวเดียว และมันจะต้องถ่ายหลายขนาดภาพและจะต้องมีรางดอลลี่มีอะไรต่างๆ อีก และเราก็ยังมีพร็อพ (อุปกรณ์ประกอบฉาก) ถืออีก ฉากนั้นเราต้องถือแก้วน้ำส้มมาเสิร์ฟเขา

และก็มาแจ้งข่าวร้าย แล้วจริงๆ เขาก็ไม่ได้โกรธเราหรอก แต่เขาพาลกับคนอื่น ไม่รู้จะลงกับใครก็มาลงที่เรา ตบเรา แล้วเราก็แบบถือแก้วเป็นแก้วจริงๆ เพล้งแตกเต็มพื้น เทคที่หนึ่งสองสาม แล้วเราก็ต้องประคองอารมณ์ไว้เพื่อที่จะแบบว่ามันต้องโดนตบอีก มันต้องโดนอีกอะไรอย่างงี้ เพื่อจะทำหลายๆ มุมภาพ ฉากนี้เราต้องขอให้พี่บี๋ช่วยหน่อยเพื่อให้เข้าถึงอารมณ์เจ็บปวดกับคนที่เรารัก เราก็บอกให้พี่บี๋ช่วยเล่นจริงตบจริงๆ เลย ก็เล่นอยู่หลายเทคค่ะ น่วมใช้ได้เลยค่ะ เป็นฉากที่กลับบ้านแล้วตัวเขียวไปหมดเลย เขียวอยู่เป็นอาทิตย์” ติดตามอีกหนึ่งฉากเด็ดของ “ชั่วฟ้าดินสลาย” ได้ในวันที่ 16 ก.ย. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์  บาคาร่า

จันดาราปัจฉิมบท บทสรุปแห่งการล้างแค้น พลิกผันชะตาชีวิตอันมิอาจคาดเดา

จันดาราปัจฉิมบท โศกนาฏกรรมชีวิตของ จัน ดารา แวดล้อมไปด้วยผู้คนรอบข้างที่สะท้อนมวลอารมณ์แห่งความรัก ความใคร่ ความเคียดแค้น กิเลสตัณหา และกามารมณ์อันนำมาซึ่งการพลิกผันในชะตากรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หลังจากเกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้นในบ้านพิจิตรวานิช ทำให้ จัน ดารา (มาริโอ้ เมาเร่อ) และ เคน กระทิงทอง (ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต) สหายสนิทของเขาต้องหนีภัยอันเกิดจากการกระทำอันเหี้ยมโหดของ คุณหลวงวิสนันท์เดชา (ศักราช ฤกษ์ธำรงค์) ผู้ที่เขาคิดว่าเป็นพ่อบังเกิดเกล้านานถึง 17 ปี ไปพำนักอยู่กับ คุณท้าวพิจิตรรักษา (รัดเกล้า อามระดิษ) ผู้เป็นญาติผู้ใหญ่คนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ที่เมืองพิจิตร

ช่วงระยะเวลาที่อยู่ที่เมืองพิจิตรนี้ จันเป็นสุขทั้งกายใจ และรู้สึกถึงอิสรภาพของชีวิตอย่างแท้จริง เขายังคงติดต่อทางจดหมายกับ ไฮซินธ์ (สาวิกา ไชยเดช) เพื่อนหญิงในดวงใจอันเป็นรักบริสุทธิ์ของเขาอยู่เสมอมา และคาดหวังว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่อันสดใสที่เมืองนี้พร้อม ๆ กับการตามค้นหาพ่อแท้ ๆ ของเขาไปด้วย

แต่เหมือนโชคชะตากลั่นแกล้งให้วันชื่นคืนสุขอยู่กับเขาเพียงไม่นาน เมื่อในที่สุดจันก็ได้ล่วงรู้ความจริงอันไม่คาดฝันเรื่องพ่อผู้ให้กำเนิดแท้จริงที่เขารอคอยมานานจากปากคำของ ร้อยตำรวจเอกเรืองยศ (เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์) ผู้กุมความลับอันน่าอดสูเกี่ยวกับตระกูลพิจิตรวานิชนี้ไว้มาตลอดทั้งชีวิต

จันพยายามทำใจให้ผ่านช่วงชีวิตอันแสนทุกข์ทรมานนี้ไปให้ได้ จนกระทั่ง น้าวาด (บงกช คงมาลัย) ได้เดินทางมาแจ้งข่าวเรื่องคุณหลวงล้มป่วยลงอย่างฉับพลัน เนื่องจากเกิดเหตุบางอย่างขึ้นกับ คุณแก้ว (โช นิชิโนะ) และ คุณขจร (ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา)

และแล้วสงครามแห่งการชำระแค้นและทวงคืนทุกอย่างให้กลับมาเป็นของเขาและตระกูลพิจิตรวานิชก็ได้เปิดฉากขึ้นในทันทีตามคำสั่งเสียสุดท้ายของคุณท้าวยายผู้คอยบงการและพลิกผันชะตาชีวิตของจันให้ตกอยู่ในด้านมืดอย่างคาดไม่ถึง

จันกลับมาอย่างสง่าผ่าเผยในฐานะเจ้าของบ้านคนใหม่ และมีสิทธิในทรัพย์สมบัติและอำนาจทั้งหมดภายในบ้าน แต่เท่านั้นยังไม่สาแก่ใจของเขา เมื่อสัตว์ร้ายและตัณหาราคะในใจปะทุออกมาอย่างรุนแรง เมื่อเขาเห็นภาพ คุณบุญเลื่อง (รฐา โพธิ์งาม) กับคุณหลวงยังรักใคร่กันเป็นอย่างดี จันจึงใช้เสน่ห์แห่งความเป็นชายหนุ่มรูปงามหลอกล่อจนคุณบุญเลื่องตกเป็นของเขาอย่างสมยอม และเมื่อคุณหลวงได้เห็นภาพร่วมรักอันเร่าร้อนของทั้งคู่ ทำให้เขาสิ้นสติและกลายเป็นอัมพาตไปในที่สุด

กระจกเงาแห่งความชั่วร้ายได้สะท้อนภาพคุณหลวงมาสู่ตัวจันอย่างไม่มีผิดเพี้ยน

การล้างแค้นอันน่าขยะแขยงนี้ดูเหมือนจะปิดฉากอย่างสมบูรณ์แบบด้วยชัยชนะของจัน ดาราแต่เพียงผู้เดียว ถ้าเขาไม่ได้รับบทเรียนชีวิตอันยิ่งใหญ่จากศัตรูคู่อาฆาตอย่างคุณแก้วที่เอาคืนจันอย่างสาสม รวมถึงคนรอบข้างที่คอยห่วงใยเขาเสมอมาอย่างน้าวาด, เคน และคุณบุญเลื่องที่ค่อยๆ ตีตัวออกห่างจากจันไปเรื่อย ๆ

อำนาจและทรัพย์สมบัติจะมีค่าอะไร หากไร้คนที่รักและห่วงใยเราอย่างจริงใจอยู่เคียงข้าง

เตรียมพร้อมสู่บทสรุปของหายนะแห่งกรรมตัณหา โศกนาฏกรรมแห่งการจองเวร บทสรุปอันยิ่งใหญ่ของการช่วงชิง พลิกผันชะตาชีวิตอันมิอาจคาดเดา จันดารา ปัจฉิมบท 7 กุมภาพันธ์ 2556 ในโรงภาพยนตร์  บาคาร่า

ซันนี่ โพสต์ซึ้งครบ 10 ปี เพื่อนสนิท ไข่ย้อย – ดากานดา

ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ โพสต์ข้อความฉลองครบรอบ 10 ปี ภาพยนตร์ เพื่อนสนิท พร้อมอวยพรถึงนักแสดงและทีมงาน ทั้งซึ้งทั้งฮา

เป็นภาพยนตร์ที่ยังครองใจใครหลาย ๆ คนเลยก็ว่าได้ สำหรับภาพยนตร์รักโรแมนติกที่เล่าเรื่องราวความรักระหว่างเพื่อน อย่างเรื่อง เพื่อนสนิท ที่ถึงแม้ว่าจะผ่านมานานกว่า 10 ปีแล้ว แต่คนดูยังคงคิดถึงตัวละครในเรื่องอย่าง ไข่ย้อย และ ดากานดา อยู่เสมอ

ล่าสุด (10 ตุลาคม 2558) ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ พระเอก เพื่อนสนิท ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงทีมนักแสดงและทีมงานของเรื่อง เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี แบบซึ้ง ๆ ปนความฮาตามสไตล์

 

ด้านนักแสดงสาว นุ่น ศิรพันธ์ เจ้าของบท ดากานดา ก็ได้โพสต์ข้อความรำลึกถึงความทรงจำดี ๆ ที่ได้รับจากการทำงานภาพยนตร์เรื่องนี้เช่นกันว่า “เพื่อน สนิท กัน ตลอด ไป”  บาคาร่า

กอล์ฟฐา 2 สาวเลสเบี้ยนจาก “ทองสุก 13” อวดหุ่นรับซัมเมอร์

กอล์ฟฐา 2 สาวเลสเบี้ยนจากหนัง “ทองสุก 13” อวดหุ่นสวยรับซัมเมอร์

กอล์ฟฐา ต้องบอกว่าเพราะฉากเล่นน้ำในภาพยนตร์เรื่อง “ทองสุก 13” เลยทีเดียว ที่ทำให้คู่เลสเบี้ยน (ในหนัง) อย่าง “ฐา กิตติ์ลภัส กรสุทธิ์ไรวรรณ” และ “กอล์ฟ ณัฐภัสสรา อดุลยาเมธาสิริ”ได้เปิดซิงรับร้อนด้วยแฟชั่นชุดว่ายน้ำน่ารักๆ สไตล์สดใสสมวัยกับนิตยสาร Her world

ซึ่งสองสาวก็พูดถึงการถ่ายแฟชั่นในครั้งนี้ไว้ว่า

“กับคอนเซปต์ในการถ่ายงานวันนี้คือ มิกช์แอนด์แมทช์ ตอนแรกก็คิดว่า โอ้โห! ชุดลายทั้งคู่เลย จะเข้ากันไหมเนี่ย แต่พอแต่งออกมาน่ารักดีค่ะ ฐายังคุยกับกอล์ฟเลยว่า น่ารักเนอะ พอใส่แล้วก็ชอบๆ คือชุดว่ายน้ำคอลเล็คชั่นนี้ ดีไซน์ชุดไม่จำเป็นต้องนางแบบใส่ เราก็สามารถสวยและมั่นใจได้ค่ะ” ฐา กล่าว

ซึ่ง กอล์ฟ ก็เสริมว่า “การถ่ายครั้งนี้เหมือนพี่ๆ เขาจะรู้ว่าเป็นการถ่ายแฟชั่นครั้งแรกของพวกเรา พี่ๆ ก็มีช่วยกันคิดท่าและจัดแบบโพสให้ ทำให้การทำงานง่ายขึ้น จริงๆ พอเปลี่ยนเสื้อผ้าเริ่มถ่ายชุดแรก เราทั้งคู่ต่างคนต่างเขิน ไม่กล้ามองหน้ากันเลย (หัวเราะ) แต่พอเริ่มเปลี่ยนชุดที่ 2-3 ก็เริ่มปรับตัวได้ เขินน้อยลงและลุยงานกันยาวเลยค่ะ จริงๆ ตอนแรกๆ เราสองคนก็ไปลงกันแดดกันเต็มที่เลยค่ะ แต่พอถ่ายไปถ่ายไป ก็เพลิน เหมือนเราเองก็ตั้งใจทำงานให้เสร็จ แดดก็แดดเถอะ ตอนนั้นไม่ได้สนใจแล้ว อยากทำให้เต็มที่กันดีกว่า”  บาคาร่า

จีจ้าญาณิน นำทีมถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานกองถ่ายต่างประเทศ ในงาน TIFDF2018

จีจ้าญาณิน นักแสดงบู๊อันดับหนึ่งของเมืองไทย, เดวิด อัศวนนท์ นักแสดงเจ้าบทบาทของวงการภาพยนตร์ไทยและต่างประเทศ และพระเอกหนุ่ม เจมส์ มาร์ พร้อมด้วยโชว์เปิดงานชุดพิเศษ “Colorful Thailand – A True Senses of Thailand’s Film Destinations”

โดย โมสต์ วิศรุต พร้อมด้วยเหล่านายแบบและนางแบบจาก The Face Thailand เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

โดยในปีนี้กิจกรรมได้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Colorful Thailand – A True Sense of Thailand’s Film Destinations ที่นำเสนอความหลากหลายในแต่ละด้านของประเทศไทยทั้งสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ทางธรรมชาติ โบราณสถาน สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ วัฒนธรรม ประเพณี สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวซึ่งกำหนดให้เป็น “ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน” ทั้งนี้ ในปี 2560 ที่ผ่านมามีทีมผู้สร้าง ผู้ผลิต กองถ่ายทำจากต่างประเทศ ทั้งภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ มิวสิควิดีโอ สารคดี เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยมากถึง 810 เรื่อง

โดยในปีนี้ก็ยังคงมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศเหมือนอย่างเคย โดยมี 3 กิจกรรมหลักคือ การแข่งขันการถ่ายทำภาพยนตร์สั้นในประเทศไทย, การจัดฉายภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทย และ การประกาศรางวัลการแข่งขันการถ่ายทำภาพยนตร์สั้นในประเทศไทย ซึ่งสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก Thailand International Film Destination Festival

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.mthai.com