คริสร็อก นักแสดงตลกจัดเต็มไอเดียใหม่ให้ค่าย Lionsgate รีบูตหนัง Saw

คริสร็อก จากความสำเร็จของหนัง Saw (2004) ในภาคแรกที่เดินเรื่องอย่างง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน แต่หนังกลับสร้างความระทึกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งหักมุมราวกับหักพวงมาลัยยูเทิร์นรถเลยทีเดียว และไม่เพียงแต่การเล่นเกมสุดระห่ำที่มีชีวิตเป็นเดิมพันเท่านั้น แกนหลักของหนังก็เริ่มซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ จนยากจะคาดเดาจนมีอีกหลายภาคออกมาให้แฟน ๆ ได้ติดตามกัน

ทว่าภาคหลัง ๆ ที่ออกมากลับได้รับความนิยมจากแฟน ๆ ลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง กระทั่งภาคล่าสุด Jigsaw (2017) ที่พยายามทำให้บรรยากาศของหนังกลับไปเหมือนในภาคแรก ๆ นั้นก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าไรนัก เพราะหนังทำรายได้รวมจากทั่วโลกอยู่ที่ 102.9 ล้านเหรียญเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าหนักใจไม่น้อยสำหรับค่ายต้นสังกัดอย่าง Lionsgate หากคิดจะเดินหน้าหนังสยองขวัญแฟรนไชส์นี้ต่อไปในอนาคต

ล่าสุดนักแสดงตลกระดับตำนาน คริส ร็อก (Chris Rock) จะเป็นพระเอกขี่ม้าขาวมาชุบชีวิตแฟรนไชส์หนัง Saw ให้กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งได้หรือไม่ เมื่อมีข่าวออกมาว่า เขาจะเป็นผู้เขียนเรื่องราวให้กับหนัง Saw ภาคใหม่

ตัวหนังยังได้ พีต โกลด์ฟิงเกอร์ (Pete Goldfinger) และ จอช สโตลเฮิร์ก (Josh Stolherg) มือเขียนบท Jigsaw (2017) กลับมาเขียนดัดแปลงเป็นบทหนัง คาดว่าหนังจะเข้าฉายให้ได้ชมกันในวันที่ 23 ตุลาคม 2020 โดยได้ ดาร์เรน ลินน์ เบาส์แมน (Darren Lynn Bousman) ที่เคยกำกับหนัง Saw ภาคที่ 2 – 4 มาทำหน้าที่เป็นผู้กำกับ และที่สำคัญที่สุดคือได้ผู้ที่ให้กำเนิดซอว์อย่าง เจมส์ วาน (James Wan) มาทำหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ระดับบริหารด้วย

โจ เดรก (Joe Drake) ประธาน Lionsgate Motion Picture Group ได้ออกมาให้ความพูดถึงสิ่งที่พวกเขากำลังจะทำให้กับหนังแฟรนไชส์ซอว์ครั้งใหม่นี้ว่า

เมื่อ คริส ร็อก มาหาเราและได้อธิบายถึงรายละเอียดที่น่าขนลุกในมุมมองสุดมหัศจรรย์ของเขาที่จะเปลี่ยนความคิดที่มีต่อโลกของนักฆ่าจิกซอว์ เราพร้อมที่จะร่วมงานด้วย

Saw เป็นหนึ่งในแฟรนไชส์หนังสยองขวัญที่ทำรายได้สูงที่สุดตลอดกาล และเป็นหนึ่งในหนังที่ประสบความสำเร็จของค่าย Lionsgate หนังเรื่องใหม่จะมีผลต่อจิตใจเป็นอย่างมาก และเข้มข้นเหมือนหนังภาคเก่า ๆ ก่อนหน้านี้

คริสคิดไอเดียนี้ออกมา และไอเดียนี้จะกลายเป็นการแสดงความเคารพต่อตำนานของหนัง ขณะเดียวกันก็ยังเป็นการประคับประคองแบรนด์ด้วยความชาญฉลาดของเขา ความคิดสร้างสรรค์ และความหลงใหลในหนังแฟรนไชส์สุดคลาสสิกเรื่องนี้

คริส ร็อก ยังได้กล่าวถึงความรู้สึกประทับใจที่ได้ร่วมโปรเจกต์ใหม่นี้ พร้อมกับบอกว่าเป็นแฟนหนังมาตั้งแต่ภาคแรกที่เข้าฉาย

ผมเป็นแฟนหนัง Saw มาตั้งแต่ภาคแรกที่ออกฉายในปี 2004 ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ ที่จะได้มีโอกาสทำงานนี้ให้ออกมาเข้มข้นขึ้นและหักมุมในรูปแบบใหม่

ขณะที่โปรดิวเซอร์ของหนังอย่าง มาร์ก เบิร์ก (Mark Burg) และ โอเรน คูเลส (Oren Koules) ได้กล่าวว่า

คริสต้องการจะนำไอเดียของเขามาใส่ในหนัง Saw เหมือนกับที่ เอ็ดดี เมอร์ฟี เคยทำแบบนี้มาแล้วในหนัง 48 Hours หนัง Saw เรื่องใหม่นี้จะเป็นหนังที่ทำออกมาเพื่อคอหนังสยองขวัญ มันจะมีทั้งการหักมุมและความฮาร์ดคอร์ที่แฟน ๆ คาดหวัง ภายใต้การกำกับของ ดาร์เรน ลินน์ เบาส์แมน ปรมาจารย์ด้านการสร้างหนังแนวนี้ เรารอไม่ไหวแล้วที่จะเริ่มต้นโปรเจกต์นี้

หวังว่าคอหนังสยองขวัญที่ชื่นชอบเรื่องราวของซอว์จะยังคงไม่สิ้นหวัง และเฝ้ารอการกลับมาอีกครั้งที่เชื่อว่าครั้งนี้ไม่น่าจะทำให้แฟน ๆ ผิดหวัง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.mthai.com

หลงรักเจ้าเขี้ยวกุด ไปกับภาคส่งท้ายใน How to Train Your Dragon: The Hidden World

หลงรักเจ้าเขี้ยวกุด แอนิเมชั่นสุดประทับใจ ที่เกาะกุมหัวใจของผู้ชมมากที่สุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์ การกลับมาอีกครั้งของมิตรภาพระหว่างคนและมังกร ในบทส่งท้ายเรื่องราวที่จะทำให้คนดูมีความสุข หัวเราะ และลาจากกันด้วยน้ำตา กับ How to Train Your Dragon: The Hidden World

เรื่องราวการผจญภัยครั้งใหม่

ฮิคคัพ ในเวลานี้เขาได้ผันตัวเองเป็นหัวหน้าและผู้ปกครองเผ่าเบิร์ค เคียงข้างกับแอสทริด โดยทั้งสอง ได้สร้างสรวงสวรรค์ของเหล่ามังกรที่อาจจะวุ่นวายไปบ้าง แต่พวกมันก็อยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข จนกระทั่งการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของไลท์ ฟิวรี่ มังกรขาวเพศเมีย

ไม่นานนักภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดที่หมู่บ้านของพวกเขาเคยเผชิญมาก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อมีนักล่ามังกรต้องการกำจัดบรรดามังกรทุกตัวให้สิ้นซาก ฮิคคัพและทูธเลสจะต้องโบกมือลาบ้านเพียงหนึ่งเดียวที่พวกเขาเคยรู้จักและเดินทางสู่โลกลี้ลับที่เชื่อกันว่าอยู่ในตำนานเท่านั้น ทั้งมังกรและผู้ขี่มังกรจะต้องร่วมกันต่อสู้ จนถึงสุดขอบโลก เพื่อคุ้มครองทุกอย่างที่พวกเขาหวงแหน บทสรุปครั้งสำคัญของแฟรนชายส์นี้ที่คนดูต้อง “ไม่พลาด”

เวลาเปลี่ยน สิ่งแวดล้อมเปลี่ยน

หลังจากที่ฮิคคัพ ผู้มากลายมาเป็นหัวหน้าชนเผ่าไวกิ้งได้อย่างเหลือเชื่อ แถมเขายังสามารถปราบดราโก้จอมวายร้ายและปล่อยพ่อเขาให้พักผ่อนอย่างเป็นสุขแล้ว เขาก็สงสัยว่าเขาได้ทำตามความฝันที่อยากให้มังกรและมนุษย์อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขสำเร็จแล้วหรือยัง

อย่างไรก็ตาม สรวงสวรรค์แห่งนี้กลับต้องสั่นคลอน สำหรับทั้งสิ่งมีชีวิตสองขาและสิ่งมีชีวิตสองปีก เกาะเล็กๆ แห่งนี้กำลังจะหมดพื้นที่ และด้วยมังกรจำนวนมหาศาลทั้งบนพื้นดินและบนฟ้า หมู่บ้านที่เคยเงียบสงบแห่งนี้ก็ตกอยู่ในความวุ่นวายเหลือเกิน

ทว่าภัยที่อันตรายยิ่งกว่านั้นกำลังรุกคืบเข้ามา การที่มังกรปรากฏตัวให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ ในโลกมนุษย์ ได้เผยให้สิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์เหล่านี้เป็นที่ประจักษ์ของกลุ่มคนที่มีวัตถุประสงค์ร้าย ดูเหมือนว่าอิสรภาพจะมาพร้อมกับสิ่งแลกเปลี่ยนราคาแพงเสียแล้ว ในฐานะผู้นำหนุ่ม ฮิคคัพต้องแบกรับภาระของการหาคำตอบว่าพวกมังกรจะต้องไปที่ไหน

อย่างไรก็ดี เขาก็ยังมีความกลัวซ่อนอยู่ลึกๆ ว่าท้ายที่สุดแล้ว เขาจะไร้ค่าหากขาดสิ่งมีชีวิตที่ช่วยเหลือและสร้างตัวตนให้กับเขา เขาลืมนึกถึงความจริงทีวา แอสทริด ผู้มีทั้งคุณค่าและความสามารถ ไม่เพียงมองเห็นสิ่งนั้นในตัวเขา แต่เธออยากจะเป็นคู่หูของเขาและอยากให้เขาพึ่งพาเธอ เธอพยายามจะคลายปมปัญหาของฮิคคัพในการปล่อยวาง และรู้สึกว่าเขาไม่ควรจะหยุดยั้งเรื่องราวตามธรรมชาติที่ทูธเลสจะไปค้นพบชะตากรรมของตัวเอง

ความสัมพันธ์ระหว่างมังกร ในแง่มุม “โรแมนติก”

เราคงไม่อาจจะปฏิเสธได้เลยว่า วิธีการออกแบบตัวละครมังกรอย่างเจ้าทูธเลส (เขี้ยวกุด) ให้ออกมาน่ารัก มีเสน่ห์ และเป็นที่รักของผู้ชมนั้น เป็นความสำเร็จประการสำคัญของแฟรนชายส์นี้และกุญแจสำคัญของ The Hidden World อยู่ที่การสำรวจว่าความสัมพันธ์ระหว่างไวกิ้งหนุ่มและทูธเลสจะเปลี่ยนแปลงเส้นทางชะตากรรมที่พวกเขามีร่วมกันอย่างไร เราพบว่าฮิคคัพต้องลำบากใจกับการให้ความสำคัญกับเพื่อนรักของเขาเหนือสิ่งอื่นใด แม้ว่าเขารู้ว่าท้ายที่สุดแล้ว เขาก็จะต้องปล่อยเพื่อนรักเขาไปก็ตาม

เมื่อทูธเลสได้พบหน้ากับมังกรตัวเมียอย่างไลท์ ฟิวรี่ (แอสทริดเป็นผู้ตั้งชื่อให้) เป็นครั้งแรก มังกรขาวที่น่าทึ่งและมีประกายเรืองรอง ผู้ใช้ชีวิตตามสัญชาตญาณล้วนๆ มังกรจ่าฝูงเพศผู้ของเราก็พบตัวเองถูกดึงเข้าสู่โลกแห่งพงไพร ที่เธอจากมาและแน่นอนว่าจะกลับไป ทูธเลสรู้สึกขัดแย้งเพราะความภักดี แต่เขาก็ถูกดึงดูดเข้าหาสิ่งที่เป็นธรรมชาติเหลือเกินด้วย สำหรับทูธเลส ไลท์ ฟิวรี่เป็นตัวแทนของสิ่งนั้น เธอเป็นสิ่งมีชีวิตบริสุทธิ์ที่ไม่แปดเปื้อนจากมนุษย์

ไลท์ ฟิวรี่มีหน้าที่สองอย่าง คือเธอเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนให้ผู้ชมนึกได้ว่า มังกรป่าจะโจมตีมนุษย์เมื่อได้เห็น และเมื่อคุณพบความรัก ไลท์ ฟิวรี่เปรียบเหมือนสิงโตเพศเมียที่ดึงดูดทูธเลสกลับสู่ป่าสะวันนา

เมื่อพิจารณาถึงเอกลักษณ์โดดเด่นของไลท์ ฟิวรี่ ทีมงานแอนิเมเตอร์ก็ต้องรับมือกับอุปสรรคหลายประการด้วยกัน รวมถึงวิธีการออกแบบสิ่งที่เบี่ยงเบนจากสายพันธุ์ของทูธเลส แอนิเมเตอร์เลือกแนวทางแบบสายพันธุ์แมว พฤติกรรมที่ได้แรงบันดาลใจจากความมั่นใจ ความสง่างามและความก้าวร้าวของแมวใหญ่ เช่นเดียวกับที่อากัปกิริยาต่างๆ ของทูธเลสได้รับอิทธิพลจากพฤติกรรมจริงๆ ของม้า สุนัขและสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ทีมอนิเมเตอร์ไม่สนใจที่จะเลือกใช้ลักษณะอะไรที่มีความเป็นมนุษย์มากเกินไป

เรื่องราวของคนที่มีฝันอันยิ่งใหญ่

หนังของดรีมเวิร์คเป็นหนังเกี่ยวกับคนที่มีฝันใหญ่โต ทีมงานนำตัวละครเหล่านี้มาทำให้พวกเขามีโอกาสโบยบิน ในสิ่งที่กลายเป็นหนึ่งในหนังฟอร์มยักษ์ที่อลังการที่สุดเท่าที่เคยมีการสร้างมา เราเชื่อว่าผู้ชมจะแยกออกถึงความแตกต่างในสิ่งที่ถูกสร้างอย่างประณีตจากนักวาดภาพที่ใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุดในการบอกเล่าเรื่องราวที่ดีที่สุดออกมาเป็น How to Train Your Dragon: The Hidden World

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

หนังสยองขวัญสุดหลอน Halloween

หนังสยองขวัญสุดหลอน

หนังสยองขวัญสุดหลอน

หนังสยองขวัญสุดหลอน  Halloween

หนังสยองขวัญ ฆาตกรหน้ากากขาว

หนังสยองขวัญสั่นประสาทรับปลายปี ShopBack แนะนำเรื่องนี้เลย Halloween เพราะเป็นการกลับมาอีกครั้งในรอบ 40 ปี ยิ่งถ้าแฟนๆ สายภาพยนต์แนว Horror ยังจำฆาตกรหน้ากากขาวกันได้ล่ะก็ จงรับรู้ไว้ว่ามันไม่เคยหายไปไหน และกำลังจะกลับมาในวันฮาโลวีนปีนี้! แม้จะมีออกมาหลายเวอร์ชั่นมากมาย แต่ก็สู้ภาค Original ไม่ได้ จน John Carpenter ได้กลับมาสร้างมันขึ้นอีกครั้ง มาคอยลุ้นกันว่าฆาตกรหน้ากากขาวที่สุดแสนโรคจิตจะโหดจนทำให้คนดูอย่างเราขวัญผวาได้ขนาดไหน และจะเป็นที่น่าจดจำหรือไม่ ต้องมาคอยติดตามกันเร็วๆนี้นะ

นักแสดงนำ : Jamie Lee Curtis / Judy Greer / Nick Castle

วันกำหนดฉายในไทย : 18 ตุลาคม 2561

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.shopback.co.th

รีวิว BRIGHT – แฟนตาซีฉบับตำรวจห่ามของเดวิด เอเยอร์

รีวิว BRIGHT หลังถูกยิงจนบาดเจ็บสาหัส ดาร์ริล วอร์ด (วิล สมิธ) จำใจต้องทำงานกับ นิค จาโคบี (โจเอล เอ็ดเกอร์ตัน)

รีวิว BRIGHT ตำรวจเผ่าออร์คนอกคอกที่ถูกกล่าวหาว่าปล่อยคนร้ายเผ่าพันธุ์ตนเองหนีไป และท่ามกลางวิกฤติศรัทธานั้นทั้งคู่จำเป็นต้องร่วมมือกันปกป้อง ทิกก้า (ลูซี่ ฟราย) และไม้กายสิทธิของเธอจาก เลย์ลาห์ (นูมิ ราพาซ) ปีศาจเอลฟ์ที่หวังใช้ไม้กายสิทธิปลุกชีพเจ้าแห่งความมืดให้กลับมาครองโลก

รีวิว BRIGHT

หลังคว่ำไม่เป็นท่าจาก Suicide Squad (2016) หนังรวมเหล่าร้ายค่าย DC เดวิด เอเยอร์ ผู้คร่ำหวอดกับหนังตำรวจก็กลับมาหาแนวทางที่ตนคุ้นเคยเพราะแม้ BRIGHT จะถูกวางให้เป็นหนังแฟนตาซีแต่จุดศูนย์กลางของเรื่องคือเรื่องราวของตำรวจชั้นผู้น้อยที่ต้องต่อสู้กับการคอรัปชั่นขององค์กรและต่อสู้กับความต่างทางชาติพันธุ์จนได้กลิ่นอายจากงานเก่าๆอย่าง End of Watch (2012), Sabotage (2014) หรืองานเขียนบทสร้างชื่ออย่างTraining Day (2001) อยู่กลายๆ ซึ่งคราวนี้เอเยอร์จับมนุษย์มาทำงานกับออร์คโดยมีความหวาดระแวงทางชาติพันธุ์มาเป็นจุดขัดแย้งสำคัญซึ่งนอกจากจะทำให้เรื่องราวมีความเข้มข้นทั้งดราม่าจากตัวละครต่างขั้วแล้ว เอเยอร์ยังถือโอกาสหยิบจับเศษเสี้ยวของวรรณกรรมแฟนตาซีอย่าง The Lord of the Rings และ Harry Potter มาดีไซน์โลกของตัวละครเพื่อเป็นการเปรียบเปรย (Allegory) กับปัญหาชาติพันธุ์ในอเมริกาได้อย่างคมคายซึ่งเผ่าพันธุ์ออร์คก็แทบไม่ต่างจากคนผิวสีที่ถูกเหยียบหยามจากคนขาวในอเมริกาที่กลายเป็นประเด็นร้อนหลังการเข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์นั่นเอง

รีวิว BRIGHT

และการที่ผมมีโอกาสได้ชม BRIGHT ในโรงภาพยนตร์ก็เป็นบทพิสูจน์ได้ดีสำหรับงานโปรดักชั่นของหนังที่ทั้งภาพและเสียงไม่ได้ด้อยไปกว่าหนังฉายโรงทั่วไปเลย มิหนำซ้ำคุณภาพอาจดีกว่าหนังบางเรื่องเสียอีกซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวที่กล้าหาญมากของเน็ตฟลิกซ์ที่ทุ่มทุนทำหนังฟอร์มใหญ่ขนาดนี้ลงสตรีมมิ่ง

ไม่เพียงเท่านั้นการดีงนักแสดงเกรดเออย่าง วิล สมิธ ที่เน้นเล่นแต่หนังบล็อคบัสเตอร์ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ของหนังให้ดูมีมูลค่าประหนึ่งหนังฉายฟอร์มยักษ์ส่งท้ายปีอีกด้วย ซึ่งนักแสดงแต่ละคนนอกจาก วิล สมิธ ที่ยังคงเท่ในชุดตำรวจจนภาพจากหนัง Bad Boys ทั้งสองภาคกลับมาในความทรงจำของผมแล้ว

ความทุ่มเทของ โจเอล เอ็ดเกอร์ตันในบทตำรวจออร์คที่ต้องเมคอัพหน้าก่อนถ่ายครั้งละ 3 ชั่วโมงก็เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีถึงความทุ่มเทของนักแสดง ส่วนนักแสดงสาวอย่าง นูมิ ราพาซ ก็ต้องขอบอกว่าเธอเป็นผู้ร้ายที่เท่และมีเสน่ห์มาก จนทำให้ตลอดการชม BRIGHT คือความบันเทิงทั้งสำหรับแฟนหนังและแฟนดารานำของเรื่องอย่างแท้จริง

สำหรับใครที่มีบัญชีของ Netflix อยู่แล้วก็ไม่ควรพลาดสตรีม BRIGHT มาเป็นความบันเทิงส่งท้ายปีได้แล้ววันนี้ ส่วนคนที่ยังลังเลทาง Netflix ก็ให้สิทธิชมฟรี 1 เดือนแรกและยังมีโปรโมชั่นดีๆจากทาง AIS โดยสามารถดูรายละเอียดได้ที่นี่

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.beartai.com…

รีวิวภาพยนตร์ Insidious : The Last Key : ผูกมาดี คลี่ไม่สวย

รีวิวภาพยนตร์ มาถึงภาคที่ 4 วิญญาณก็ยังตามติด และเนื้อหาของหนังก็ยังคงเป็นวีรกรรมของมนุษย์ป้านักปราบผี เอลิส เรนเนียร์

รีวิวภาพยนตร์ ย้อนไปเล่าเรื่องราวของเอลิส ตั้งแต่ยังเด็กกันเลยว่าเธอมีพรสวรรค์แต่พ่อที่เป็นพัสดีคุมนักโทษกลับไม่รู้สึกปลาบปลื้มกับความสามารถเห็นผีของเธอและเฆี่ยนตีเอลิสทุกครั้งที่เธอบอกว่าเห็นผีที่คอยคุกคามอยู่ในบ้านของครอบครัว

ผ่านมา 63 ปี เอลิสได้รับการจ้างวานให้ไปปราบผีอีกครั้ง แต่รอบนี้บังเอิญว่าเป็นเจ้าของบ้านคนใหม่ที่ย้ายมาอยู่ในบ้านสมัยเด็กของเอลิสและวิญญาณร้ายตัวเดิมยังคงวนเวียนอยู่ เอลิสตัดสินใจกลับไปจัดการฝันร้ายในอดีตอีกครั้ง

ลีห์ วานเนล คู่หูคู่ซี้ของผู้กำกับเจมส์ วาน ยังคงกลับมาในหน้าที่เขียนบทต่อเนื่องเป็นภาคที่ 4 และก็รับบทเป็น “สเปค” หนึ่งในทีมปราบผีและเป็นตัวปล่อยมุกให้กับหนัง ที่เข้าคู่กันได้ดีกับ ทัคเกอร์คู่หูร่างใหญ่นักประดิษฐ์ มีมุกแป้กที่ทัคเกอร์พยายามเล่นอยู่ 2 ครั้งในหนังคือมุกพ้องเสียง เธอเป็น psychic = ไซคิก (หมอผี) ส่วนพวกเราเป็น Side Kick = ไซด์คิก (ลูกสมุน,ลิ่วล้อ,ลูกกระจ๊อก) แต่ในหนังใช้คำว่า แม่หมอ-ลูกหมอ

ส่วนหน้าที่ผู้กำกับจากที่ลีห์ เคยกำกับเองในภาคที่แล้ว ภาคนี้ก็โยนหน้าที่ให้กับ อดัม โรบิเทล ผู้กำกับหนังสยองขวัญหน้าใหม่ ก็มาสานต่ออารมณ์สยองได้ต่อเนื่องดี มองในด้านหนังสยองขวัญหนังตอบสนองความต้องการของแฟนหนังแนวนี้ได้เต็มอิ่ม

รีวิวภาพยนตร์

เพราะหนังวางโจทย์มาว่าบ้านเก่าของเอลิสเต็มไปด้วยวิญณาณมากมาย ฉากลุ้นสะดุ้งก็เลยมาเต็ม ไม่ต้องให้เว้นช่วงกันนาน เดี๋ยวลุ้น เดี๋ยวลุ้น แทบปิดตากันทั้งเรื่องล่ะ ห้องใต้ดินยังคงถูกใช้เป็นสมรภูมิหลักของฉากสยองเหมือนกับอีกหนึ่งแสนสองหมื่นแปดพันเรื่องก่อนหน้านี้ ดีใจนะที่บ้านเราไม่นิยมสร้างห้องใต้ดินไว้ในบ้าน

โดยรวมความน่ากลัวของภาคนี้ถือว่าทำได้ใกล้เคียงกับ Annabelle Creation ที่ได้เสียงร่ำลือถึงบรรดาฉากสยองที่อัดมาแน่นสะใจคอหนังผี แต่จุดที่ชอบที่สุดในภาคนี้คือการเล่นล่อหลอกกับคนดูให้สับสนว่าที่เห็นอยู่นี่ตกลงเป็นคนหรือผี ก็ถือว่าเป็นจุดหักมุมเล็ก ๆ กลางเรื่องได้เหมือนกันนะ

แม้ว่าหนังจะย้ายจุดศูนย์กลางเรื่องจากเดิมที่เล่าเรื่องครอบครัวแลมเบิร์ต แล้วย้ายมาเล่าเรื่องของหมอผีเอลิส แต่หนังก็ยังคงไม่ทิ้งฉากท่องปรโลกที่เป็นประเด็นหลัก ของแฟรนไชส์ Insidious ดีหน่อยที่รอบนี้ลดความเป็นแฟนตาซีของฉากปรโลก แต่ทำให้ดูน่ากลัวมากขึ้นค่อยสมกับปรโลกหน่อย บทหนังของลีห์ ทำได้ดีในการสร้างปริศนาต่าง ๆ นานา ให้ชวนติดตามใคร่รู้ถึงเบื้องหลังอันดำมืดของพ่อ ที่มาของผีแต่ละตัวในบ้าน

รีวิวภาพยนตร์

ประเด็นที่ใส่เข้ามานี่เยอะมาก ไม่พอยังเพิ่มครอบครัวของน้องชายเข้ามาเพิ่มอรรถรสอีกในครึ่งหลัง ให้หลานสาวของเอลิสมีพรสวรรค์เห็นผีเช่นเดียวกับป้า บอกได้เลยว่าแต่ละประเด็นที่ระดมใส่เข้ามาทำให้หนังเดินหน้าไปอย่างสนุกสนานน่าติดตาม ผูกชนวนไว้มากรอการเฉลย แต่พอมาถึงจุดคลี่คลายนี่สิ กลับเหมือนถูกทิ้งค้าง นอกจากการสะสางปัญหาที่ดูรวบรัดง่ายดายแล้ว ปริศนาอีกมากก็ถูกเพิกเฉยทิ้งไว้ ไม่ได้มีการอธิบาย ที่มาของผีกุญแจ ผีเด็กในบ้านหายไปไหน รวมถึงกิจกรรมโหดของพ่อก็ไม่ได้ถูกขยายแล้วสุดท้ายพ่อมีจุดจบอย่างไร ประเด็นเหล่านี้ล้วนถูกละทิ้ง แต่เลือกที่จะจบแบบดราม่าความรักความผูกพันในครอบครัว แล้วก็ขึ้นปมใหม่เพื่อไปสานต่อวีรกรรมครั้งหน้าของป้าเอลิสในภาค 5

ผู้กำกับ อดัม ก็คงมาตรฐานของหนังสยองขวัญในจักรวาลของเจมส์ วาน ไว้ได้ดี มีฉากให้ลุ้นกันถี่ยิบสะใจคอหนังแนวนี้ ตุ้งแช่ถี่ ๆ บิลท์กันทั้งเสียงทั้งภาพเอาให้มันสะดุ้งกันตายไปข้างหนึ่ง บทก็ปูมาดีป้าหลานแท็กทีมกันปราบผี มีคู่หูไฮเทคเป็นแบ๊คอัพ ผูกมาดีแล้วล่ะแต่มาเสียเอาตรงการแก้ปมเนี่ยล่ะ ที่เหมือนไม่รู้จะแก้ยังไงให้สวย ก็ปล่อยมันทิ้งไปเฉย ๆ ซะงั้น กลายเป็นข้อด้อยของภาคนี้ไป แต่จะว่าไปถ้ามองตามมาตรฐานของแฟรนไชส์ INSIDIOUS ก็ไม่ได้แย่ไรหนักหนาเพราะอย่างไรแฟรนไชส์นี้ก็เป็นรองกว่า The Conjuring อยู่แล้ว คนดู INSIDIOUS เองก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาย ได้มาดูแล้วมีผีดุ ๆ โหด ๆ มีฉากให้ลุ้นสะดุ้งหนังก็มีให้ในระดับที่น่าพอใจ จากนี้ก็รอลุ้นต่อไปว่า เอลิส เรนเนียร์ จะครอสโอเวอร์ไปเจอกับผัวเมียปราบผีเอ็ด และ โลเรน วอร์เรน จาก The Conjuring ไหม

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.beartai.com…