คีอานูรีฟส์ ผลงาน ตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงตอนนี้ บอกได้แค่ว่า #จอห์นวิคโคตรคูล

คีอานูรีฟส์ ผลงาน ตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงตอนนี้

คีอานูรีฟส์ พูดได้เลยว่าเป็นนักแสดงที่ยืนหนึ่งในด้านหนังคิวบู๊อีกคนหนึ่งก็ว่าได้ เพราะนอกจากหน้าตาอันหล่อเหลาที่กาลเวลาไม่สามารถทำอะไรเขาได้แล้ว ยังมีฝีมือในการแสดง หนังแนวแอ็คชั่นเข้าขั้นตัวพ่อ ให้แฟน ๆ ได้ติดตามกันอยู่เรื่อย ๆ

นับตั้งแต่เขาฝากบทที่น่าจดจำไว้ใน Point Break (1991) ร่วมกับ แพทริก สเวซีย์, Speed (1994) ร่วมกับ แซนดรา บูลล็อก, The Devil’s Advocate (1997) ร่วมกับ อัล ปาชิโน และ ชาร์ลิซ เธอรอน

ก่อนจะได้มาเล่นหนังฟอร์มยักษ์ของสองพี่น้องวาโชสกี้ในไตรภาค The Matrix (1999)

ร่วมกับ ลอว์เรนซ์ ฟิชเบิร์น และ แครี แอนน์ มอส จากนั้นเขาได้มาเล่นในภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากหนังสือการ์ตูน Constantine (2005) ร่วมกับ ราเชล ไวซ์ และในปี 2013 รีฟส์ได้กำกับหนังเรื่องแรก Man of Tai Chi รวมถึงเขายังนำแสดงในเรื่อง 47 Ronin ที่เราได้เห็นเขาในลุคซามูไรหล่อเข้มไปอีกแบบ และยังมีผลงานอย่างต่อเนื่องอีกมากมาย

คีอานู รีฟส์ คือหนึ่งในนักแสดงชายที่กลับมาพร้อมกับการสร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ในโลกภาพยนตร์ทุกครั้ง โดยเฉพาะในปี 2014 เขากลับมาพร้อมกับบทบาทของพระเอกแอ็คชั่นเต็มตัวกับภาพยนตร์เรื่อง John Wick (2014)

พร้อมกับการสร้างตำนานโคตรนักฆ่าหน้าหล่อให้เกิดขึ้น กับความมันที่ทุกคนต้องพูดถึงสำหรับการแก้แค้นแทนหมา ซึ่งทำรายได้รวมในตาราหนัง Box Office 88,761,161 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อด้วยการหวนคืนวงการนักฆ่าอีกครั้งในปี 2017 กับ John Wick: Chapter 2 ที่ทำรายได้กวาดถล่ม 171,539,887 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

และในปี 2019 คีอานู รีฟส์ พร้อมกลับมาระเบิดความมันคืนวิญญาณโคตรนักฆ่าหน้าหล่ออีกครั้งกับภาพยนตร์ที่ทุกคนรอคอย John Wick: Chapter 3 – Parabellum ความระห่ำแบบคูณสามหลังจากถูกสั่ง “ตัดหางปล่อยวัด”

เพราะแหกกฎศักดิ์สิทธ์ข้อที่ว่า “ห้ามฆ่าในพื้นที่โรงแรมคอนทิเนนทัล” ทำให้ จอห์น วิค ตกเป็นเป้าของมือสังหารทั่วทั้งวงการที่ต้องการเงินค่าหัวล่าตัวเขาที่สูงถึง 14 ล้านเหรียญ จอห์นต้องต่อสู้และฆ่าทุกชีวิตเพื่อเอาตัวรอดและออกจากมหานครนิวยอร์ก

แฟน ๆ คีอานู รีฟส์ และคอแอ็คชั่นเตรียมพร้อมรับความระห่ำบู๊เดือดระอุทุกองศาไปกับภาคต่อของหนังแอคชั่นฟอร์มเดือด John Wick: Chapter 3 – Parabellum 16 พฤษภาคม นี้ ในโรงภาพยนตร์  บาคาร่า

ซันนี่ โพสต์ซึ้งครบ 10 ปี เพื่อนสนิท ไข่ย้อย – ดากานดา

ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ โพสต์ข้อความฉลองครบรอบ 10 ปี ภาพยนตร์ เพื่อนสนิท พร้อมอวยพรถึงนักแสดงและทีมงาน ทั้งซึ้งทั้งฮา

เป็นภาพยนตร์ที่ยังครองใจใครหลาย ๆ คนเลยก็ว่าได้ สำหรับภาพยนตร์รักโรแมนติกที่เล่าเรื่องราวความรักระหว่างเพื่อน อย่างเรื่อง เพื่อนสนิท ที่ถึงแม้ว่าจะผ่านมานานกว่า 10 ปีแล้ว แต่คนดูยังคงคิดถึงตัวละครในเรื่องอย่าง ไข่ย้อย และ ดากานดา อยู่เสมอ

ล่าสุด (10 ตุลาคม 2558) ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ พระเอก เพื่อนสนิท ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงทีมนักแสดงและทีมงานของเรื่อง เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี แบบซึ้ง ๆ ปนความฮาตามสไตล์

 

ด้านนักแสดงสาว นุ่น ศิรพันธ์ เจ้าของบท ดากานดา ก็ได้โพสต์ข้อความรำลึกถึงความทรงจำดี ๆ ที่ได้รับจากการทำงานภาพยนตร์เรื่องนี้เช่นกันว่า “เพื่อน สนิท กัน ตลอด ไป”  บาคาร่า

กอล์ฟฐา 2 สาวเลสเบี้ยนจาก “ทองสุก 13” อวดหุ่นรับซัมเมอร์

กอล์ฟฐา 2 สาวเลสเบี้ยนจากหนัง “ทองสุก 13” อวดหุ่นสวยรับซัมเมอร์

กอล์ฟฐา ต้องบอกว่าเพราะฉากเล่นน้ำในภาพยนตร์เรื่อง “ทองสุก 13” เลยทีเดียว ที่ทำให้คู่เลสเบี้ยน (ในหนัง) อย่าง “ฐา กิตติ์ลภัส กรสุทธิ์ไรวรรณ” และ “กอล์ฟ ณัฐภัสสรา อดุลยาเมธาสิริ”ได้เปิดซิงรับร้อนด้วยแฟชั่นชุดว่ายน้ำน่ารักๆ สไตล์สดใสสมวัยกับนิตยสาร Her world

ซึ่งสองสาวก็พูดถึงการถ่ายแฟชั่นในครั้งนี้ไว้ว่า

“กับคอนเซปต์ในการถ่ายงานวันนี้คือ มิกช์แอนด์แมทช์ ตอนแรกก็คิดว่า โอ้โห! ชุดลายทั้งคู่เลย จะเข้ากันไหมเนี่ย แต่พอแต่งออกมาน่ารักดีค่ะ ฐายังคุยกับกอล์ฟเลยว่า น่ารักเนอะ พอใส่แล้วก็ชอบๆ คือชุดว่ายน้ำคอลเล็คชั่นนี้ ดีไซน์ชุดไม่จำเป็นต้องนางแบบใส่ เราก็สามารถสวยและมั่นใจได้ค่ะ” ฐา กล่าว

ซึ่ง กอล์ฟ ก็เสริมว่า “การถ่ายครั้งนี้เหมือนพี่ๆ เขาจะรู้ว่าเป็นการถ่ายแฟชั่นครั้งแรกของพวกเรา พี่ๆ ก็มีช่วยกันคิดท่าและจัดแบบโพสให้ ทำให้การทำงานง่ายขึ้น จริงๆ พอเปลี่ยนเสื้อผ้าเริ่มถ่ายชุดแรก เราทั้งคู่ต่างคนต่างเขิน ไม่กล้ามองหน้ากันเลย (หัวเราะ) แต่พอเริ่มเปลี่ยนชุดที่ 2-3 ก็เริ่มปรับตัวได้ เขินน้อยลงและลุยงานกันยาวเลยค่ะ จริงๆ ตอนแรกๆ เราสองคนก็ไปลงกันแดดกันเต็มที่เลยค่ะ แต่พอถ่ายไปถ่ายไป ก็เพลิน เหมือนเราเองก็ตั้งใจทำงานให้เสร็จ แดดก็แดดเถอะ ตอนนั้นไม่ได้สนใจแล้ว อยากทำให้เต็มที่กันดีกว่า”  บาคาร่า

แบรดลีย์คูเปอร์ เล่นหนังรีเมก Nightmare Alley ของผู้กำกับรางวัลออสการ์

แบรดลีย์คูเปอร์ (Bradley Cooper) ที่กำลังเข้าเจรจาเพื่อรับบทนี้ ซึ่งไม่แน่ใจว่าสุดท้ายแล้วจะสามารถปิดดีลนี้ลงหรือไม่ เพราะตอนนี้เจ้าตัวกำลังเร่งทำงานหนังเรื่องใหม่ Bernstein ที่ว่าด้วยเรื่องราวชีวประวัติของ ลีโอนาร์ด เบิร์นสไตน์ นักประพันธ์เพลงในตำนานของอเมริกา ซึ่งถือเป็นงานกำกับภาพยนตร์และแสดงนำด้วยตัวเองเป็นลำดับที่ 2 ถัดจาก A Star is Born (2018)

โดยภาพยนตร์ Nightmare Alley สร้างมาจากนวนิยายดังในชื่อเดียวกันจากปลายปากกา William Lindsay Gresham และเคยถูกสร้างเป็นหนังมาแล้วในปี 1947 ซึ่งว่าด้วยเรื่องราวของนักต้มตุ๋นและจิตแพทย์ร่วมมือกันหลอกลวงชาวบ้าน  บาคาร่า

วิววรรณรท มาในลุคสาวผมบลอนด์ สวมบท กัปตันมาร์เวล โชว์เดือดสู้ธานอส !!

วิววรรณรท มาในลุคสาวผมบลอนด์ทอง สวย สตรอง สวมบท กัปตันมาร์เวล ฮีโร่สาวสุดแกร่ง พร้อมโชว์สู้ ธานอส อย่างเท่ เก๋แค่ไหนต้องไปดู

หลายคนอาจจะคุ้นชินกับลุคของนางเอกสาว วิว วรรณรท แบบหวาน ๆ ดูเรียบร้อย น่ารัก แต่ล่าสุด (26 มีนาคม 2562) เจ้าตัวก็ขอพลิกลุค สวมวิกผมบลอนด์ทอง ดูสวย เฉี่ยว สะกดตา แปลงโฉมมาในชุดของซูเปอร์ฮีโร่สาวสุดแกร่ง กัปตันมาร์เวล

นอกจากลุคที่ดูสวยสตรอง ด้วยเครื่องแบบฮีโร่เต็มตัวแล้ว วิว วรรณรท ยังได้โชว์ความเท่ ด้วยการต่อสู้กับ ธานอส วายร้ายแห่งจักรวาลหนังมาร์เวลอีกด้วย ทำเอาแฟน ๆ เห็นแล้วร้องว้าว !! ประทับใจในลุคนี้ของสาววิวกันไม่น้อยเลยทีเดียว

จะเท่ขนาดไหน ตามไปชมภาพของ กัปตันมาร์เวล หรือ Marvill ของสาววิวกันเลยค่ะ  บาคาร่า

มอร์แกนสตาร์ก เล็กซี เรบ เด็กที่รับบทเป็นลูกสาว โทนี สตาร์ก โพสต์ภาพถ่ายรูปคู่กับ โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์

มอร์แกนสตาร์ก ลูกสาวของ​ โทนี สตาร์ก และการเข้าฉากกันของสองตัวละครพ่อลูกสุดน่ารักนี้ก็ได้ทำให้คนทั่วโลกได้รู้จักกับคำว่า รักนะ 3000 อีกด้วย

อ่านต่อ ประโยคสุดฮิตที่พูดกันว่า รักนะ 3,000 มาจากไหน? ผู้กำกับหนังมีคำตอบ

ล่าสุดนักแสดงสาวตัวน้อยของเราก็ได้โพสต์ภาพเบื้องหลังการถ่ายทำ หนัง Avengers: Endgame ออกมาให้ได้ดูกัน โดยเป็นภาพที่เธอถ่ายคู่กับ โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ (Robert Downey Jr.) พร้อมกับโพสต์ข้อความว่า

สองแสนแล้ว ขอบคุณ Marvel Studios และแฟน ๆ ทุกคนที่ทำให้ความฝันของเล็กซีเป็นจริง

ซึ่งตัวเลขสองแสนนี่น่าจะเป็นตัวเลขที่แฟน ๆ ต่างกดติดตามเธอ คาดว่าจำนวนคนที่มากดฟอลโลว์เธอนั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากที่ หนัง Avengers: Endgame เข้าฉาย

ไม่แน่ว่าต่อไปในอนาคต Marvel Studios อาจจะมีบทบาทสำคัญให้กับ มอร์แกน สตาร์ก ให้มาโลดแล่นในจักรวาลหนังมาร์เวลก็เป็นได้

บาคาร่า

เจอราร์ดบัตเลอร์ เซฟประธานาธิบดีอีกครั้งใน Angel Has Fallen

เจอราร์ดบัตเลอร์ เซฟประธานาธิบดีอีกครั้งใน Angel Has Fallen

เจอราร์ดบัตเลอร์ กลับมารับบท ไมค์ แบนนิ่ง เจ้าหน้าที่ลับของสหรัฐอเมริกา (Secret Service) อีกครั้งใน Angel Has Fallen ซึ่งเป็นภาคที่ 3 ของหนังชุดนี้ จากตัวอย่าง Angel Has Fallen เราจะได้เห็น มอร์แกน ฟรีแมน (Morgan Freeman)

มารับบทประธานาธิบดี แทน แอรอน เอ็คฮาร์ท (Aaron Eckhart) ที่ไม่กลับมารับบทเดิม ซึ่งใน Olympus Has Fallen และ London Has Fallen เขารับบทเป็นรองประธานาธิบดีอัลลัน ทรัมบูล

ในครั้งนี้ ไมค์ แบนนิ่ง ที่ได้รับตำแหน่งใหม่เป็นผู้บัญชาการหน่วยสืบราชการลับ

กลับถูกจับในข้อกล่าวหาพยายามฆ่าประธานาธิบดีของสหรัฐฯ จากผู้ปกป้องกลายเป็นผู้ร้าย หนทางเดียวที่จะหลุดพ้นข้อกล่าวหานี้คือพิสูจน์ว่าไม่ใช่ฝีมือของเขา เพื่อเอาตัวรอดจากการตามล่าของเอฟบีไอเขาจึงไปขอความช่วยเหลือจากพ่อ

พร้อมกับตามหาความจริงและปกป้องประธานาธิบดีที่ยังตกอยู่ในอันตรายไปพร้อมกัน

Angel Has Fallen เป็นผลงานการกำกับของ ริค โรมัน แวฟห์ (Ric Roman Waugh) จากบทภาพยนตร์ของ โรเบิร์ต มาร์ค คาเมน (Robert Mark Kamen), แมท คุก (Matt Cook) และ ริกคัม วอฟ (Riccom Waugh) ร่วมด้วย เจด้า พิ้งเก็ต สมิธ (Jada Pinkett Smith), แลนซ์ เรดดิค (Lance Reddick), ทิม เบลก เนลสัน (Tim Blake Nelson), ไพเพอร์ เพอราโบ (Piper Perabo), นิค โนลเต้ (Nick Nolte) และ แดนนี่ ฮูสตัน (Danny Huston) หนังวางกำหนดฉายไว้ 22 สิงหาคม 2019  บาคาร่า

โซฟีเทอร์เนอร์ เครียดจนนอนไม่หลับทั้งคืน ก่อนเข้าฉากสำคัญในหนัง Dark Phoenix

โซฟีเทอร์เนอร์ (Sophie Turner) ใน หนัง Dark Phoenix นั้นดูจะไม่ใช่เรื่องง่ายจริง ๆ เพราะในภาคนี้นั้นเรื่องราวทุกอย่างเริ่มต้นมาจากตัวละครตัวนี้ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง กลายเป็นตัวละครที่มีพลังมหาศาลจนผู้มีพลังจิตระดับแถวหน้าของเหล่ามิวแทนต์อย่าง โปรเฟสเซอร์เอ็กซ์ และ แม็กนีโต ก็ไม่แน่ว่าจะมีชัยเหนือเธอได้

และคนที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ก็คงรู้ว่า เธอได้สังหารหนึ่งในตัวละครสำคัญของเรื่องที่อยู่ในแฟรนไชส์เอ็กซ์เม็นมานานอย่าง มิสทีก ที่รับบทโดย เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ (Jennifer Lawrence) ซึ่งการจากไปของมิสทีกได้สร้างความสะเทือนใจและความเจ็บปวดให้กับเหล่าสมาชิกทีมอย่างรุนแรง

อ่านต่อ ถึงจะบอกว่าไม่สปอยล์ แต่หลายเสียงยืนยันว่าสปอยล์!! จิมมี คิมเมล สปอยล์ Dark Phoenix กลางรายการ

โซฟี เทอร์เนอร์ จำเป็นต้องเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดในเวลานั้นของตัวละคร จีน เกรย์ ให้มากที่สุด แน่นอนว่ายิ่งช่วงเวลาที่ตัวละครตึงเครียดกดดันจากปัญหาต่าง ๆ ที่เข้ามารุมเร้ามากเท่าไร เธอก็ต้องแสดงออกมาให้ดีที่สุด ส่งผลให้ตัวเธอเกิดความเครียดจนนอนไม่หลับข้ามคืนเลยทีเดียว

มันคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในหนัง ทุกอย่างดูรีบไปหมดระหว่างที่ถ่ายทำฉากดังกล่าว และฉันรู้สึกว่ามันหนักทีเดียว อารมณ์แบบเป็นความรู้สึกว่าตื่นเต้นมาก ๆ กับฉากนี้ ฉันร้องไห้ออกมาเพราะฉันไม่สามารถทำมันได้

ไม่กี่นาทีหลังจากนั้นฉันก็เริ่มรู้สึกถึงความไม่พอใจและความโกรธ และฉันก็คิดว่า “นี่คือสิ่งที่จีนควรจะรู้สึกแบบนี้ตอนนี้สินะ” ความจริงที่ว่าฉันไม่สามารถแสดงออกมาในฉากดังกล่าวได้อย่างถูกต้องนั้นได้ทำให้ฉันแสดงออกมาได้อย่างถูกต้องแล้ว

แม้ว่าตัวหนังกระแสเสียงวิจารณ์จะออกมาไม่ค่อยดีสักเท่าไรนัก แต่เหล่าทีมงานและนักแสดงต่างก็ล้วนทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุด หลังจากที่เข้าฉายในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นสุดสัปดาห์แรก หนังทำรายได้เฉพาะในสหรัฐฯ อยู่ที่ 33 ล้านเหรียญ และทำรายได้รวมจากทั่วโลกไป 140 ล้านเหรียญ

Dark Phoenix
ว่าด้วยเรื่องราวของ จีน เกรย์ ที่เริ่มต้นพัฒนาพลังที่ยิ่งใหญ่ ทว่ามันได้เปลี่ยนให้เธอกลายเป็นดาร์ก ฟีนิกซ์ ในเวลานี้เหล่าเอ็กซ์-เม็นจะต้องตัดสินใจระหว่างชีวิตของเพื่อนร่วมทีมจะมีค่ามากกว่ามนุษยชาติบนโลกใบนี้หรือไม่  บาคาร่า

วาคินฟีนิกซ์ เผยความรู้สึกที่ได้มาเล่นหนังเดี่ยวโจ๊กเกอร์

วาคินฟีนิกซ์ (Joaquin Phoenix) มารับบทแทน

ล่าสุดทางต้นสังกัดก็ได้ประกาศตัวหนังมีกำหนดเข้าฉายในวันที่ 4 ตุลาคม 2019 และจะเริ่มเปิดกล้องถ่ายทำได้ในช่วงฤดูหนาวที่จะถึงนี้

แม้จะยังไม่ประกาศชื่อของหนังออกมาอย่างเป็นทางการ แต่ตัวหนังก็ได้ผู้กำกับ ท็อดด์ ฟิลลิปส์ (Todd Phillips) ที่เคยกำกับหนัง War Dogs (2016), หนังแฟรนไชส์ The Hangover ไตรภาค มาทำหน้าที่กำกับหนังเรื่องนี้ด้วย

วาคีนฟีนิกซ์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อ Collider ถึงการมารับบทตัวร้ายในหนังเดี่ยวโจ๊กเกอร์ว่า

ผมใช้เวลาพินิจพิจารณานานพอสมควรเลย ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะทำงานอะไรต่อไป ซึ่งหลังจากที่ได้อ่านสคริปต์ พบกับคนทำหนัง และได้พูดคุยกับท็อดด์

ผมรู้สึกประทับใจ และดูเหมือนว่าเขาให้ความสนใจและเข้าใจโลกนี้ และสิ่งที่เขาพยายามจะพูด มันมีสิ่งที่น่าสนใจมาก ๆ เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการทำงานร่วมกับเขาในโปรเจกต์นี้ มันรู้สึกว่าไม่เหมือนใคร บางอย่างเหมือนเป็นโลกของเรา ไม่แน่ว่าบางที ความสยองจะออกมาจากตัวผมเอง ซึ่งมันอาจจะทำให้คุณกลัวสุด ๆ ไปเลยก็ได้   บาคาร่า

จอร์จลูคัส x สตีเวน สปีลเบิร์ก มิตรภาพของสองคนทำหนังผู้ทรงพลังแห่งฮอลลีวูด

จอร์จลูคัส และ สตีเวน สปีลเบิร์ก สองผู้กำกับระดับโลกโคจรมาเจอกันครั้งแรกในปี 1967 สมัยที่สปีลเบิร์กอายุได้ 18 ปี ขณะที่ลูคัสอายุได้ 20 และการพบกันครั้งนั้นได้กลายมาเป็นจุดกำเนิดของมิตรภาพของคนหนุ่มสองคน ที่ในอนาคต พวกเขาจะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฮอลลีวูดมาอย่างยาวนานตลอดหลายสิบปี

ปี 1967 เกิดการจัดงานเทศกาลหนังครั้งใหญ่ที่มหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนียร์แอลเอ (UCLA) และลูคัส -ซึ่งเป็นนักศึกษาฟิล์มจากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย- ก็ได้เข็นหนังสั้นความยาว 15 นาทีที่ตัวเองกำกับและเขียนบทออกมาฉายในชื่อ Electronic Labyrinth: THX 1138 4EB หนังที่่ว่าด้วยมนุษย์ในโลกอนาคตที่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของภาครัฐทุกระเบียดนิ้ว ความปรารถนาส่วนตัวใดๆ จะถูกนับเป็นอาชญากรรม (ในเวลาต่อมา หนังเรื่องนี้พัฒนากลายมาเป็นหนังยาวในชื่อ THX 1138 และออกฉายปี 1971) และในงานนั้น มีเจ้าหนุ่มเชื้อสายยิววัย 18 คนหนึ่งนั่งดูอยู่ด้วย และหนังล้ำโลกของลูคัสได้ส่งแรงสั่นสะเทือนไปถึงสปีลเบิร์กอย่างรุนแรง

“THX 1138 ทำผมอิจฉาแทบตาย” สปีลเบิร์กในวันที่เขากลายเป็นคนทำหนังชื่อก้องโลกไปแล้วเล่าย้อนความ “ตอนนั้นผมอายุ 18 ปีและลองกำกับหนังสั้นมาแล้วสัก 15 เรื่องได้ แต่ตอนนั้นเอง เจ้าหนังเล็กๆ เรื่องนั้นมันยอดเยี่ยมกว่าหนังทุกเรื่องที่ผมเคยกำกับมาเสียอีก”

หากแต่เส้นทางของทั้งคู่ก็ไม่ได้บรรจบกันง่ายดายนัก กว่าที่ลูคัสและสปีลเบิร์กจะหวนกลับมาเจอกันอีกครั้งก็อีกหลายปีให้หลัง เมื่อลูคัสเดินทางไปยังบ้านของ ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา (The Godfather, Apocalypse Now) และดันเห็นหนังเรื่อง Duel (1971) ของสปีลเบิร์กที่ถูกวางไว้ในมุมหนึ่งของบ้านเข้า และเมื่อลูคัสตัดสินใจเปิดหนังเรื่องนี้ดู ก็เป็นอันแน่ชัดว่าเขาถูกหนังที่ว่าด้วยนักธุรกิจที่ขับรถหรูแซงรถบรรทุก ก่อนจะพบว่าไอ้รถกระป๋องคันนั้นมันดันขับไล่ล่าเขาอย่างไม่สิ้นสุด ดึงดูดให้ติดหนึบอยู่หน้าจอโทรทัศน์นานอีกนับชั่วโมง “ผมสงสัยว่านี่มันหนังอะไรกันนะเลยหยิบขึ้นไปเปิดดู กะว่าจะดูสัก 10 หรือ 15 นาทีแค่นั้นแหละ” ลูคัสว่า “แต่พอเริ่มดูเท่านั้นแหละ ผมก็หยุดตัวเองไม่ได้เลย และเอาแต่คิดว่า ไอ้หมอนี่มันคมคายไม่เบา สงสัยต้องทำความรู้จักให้มากกว่านี้ซะแล้ว”

ในปี 1970 เมื่อลูคัสต้องเดินทางมายังลอสแองเจลิสเพื่อถ่ายหนัง American Graffiti พร้อมกันนั้นก็เปิดบ้านพักให้เหล่านักวิจารณ์หนังหน้าใหม่ๆ มาเยี่ยมเยือน ดูหนังด้วยกัน และแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นมีสปีลเบิร์ก ซึ่งตอนนั้นกำลังง่วนอยู่กับการเขียนบทหนัง The Sugarland Express อยู่ด้วย และเป็นช่วงเวลาสั้นๆ นั้นเองที่ทั้งสองทำความรู้จักกันมากขึ้น “เรากลายเป็นเพื่อนกันตั้งแต่นั้นล่ะครับ” ลูคัสว่า

และถัดจากนั้นอีกเพียงหนึ่งปีให้หลัง Jaws (1975) ของสปีลเบิร์กก็สร้างแรงสะเทือนไปทั่วฮอลลีวูด ขณะที่ลูคัสกำลังอยู่ในภาวะหวาดหวั่นกับความสำเร็จของ American Graffiti ที่กวาดเงินไปได้กว่า 140 ล้านเหรียญฯ จนดูราวกับว่า โปรเจ็กต์หนังเรื่องต่อไปของเขาที่ว่าด้วยการต่อสู้ในจักรวาลอันไกลโพ้นนั้น ดูจะเป็นเรื่องเหลวไหลและทำเงินไม่ได้

ด้วยความวิตกนี้ เขาเดินทางไปยังกองถ่าย Close Encounters of the Third Kind ที่สปีลเบิร์กกำกับ และใช้เวลาอยู่ในกองนั้นถึงสองวัน ก่อนจะพบว่า บางทีแล้วหนังที่ว่าด้วยการเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกเรื่องนี้ของสปีลเบิร์ก น่าจะทำเงินมากกว่าหนังของเขาในบ็อกซ์ออฟฟิศ

“จอร์จพักกอง Star Wars แบบประสาทเสียนิดๆ” สปีลเบิร์กเล่า “เขารู้สึกว่า Star Wars ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาวาดภาพไว้ในตอนแรก และรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังทำหนังเด็กเฉยๆ

“เขาเดินมาบอกผมว่า ‘พระเจ้า หนังของนายมันต้องเปรี้ยงกว่า Star Wars แหงๆ และคงได้กลายเป็นหนังฮิตตลอดกาลด้วย’” สปีลเบิร์กเล่า “แถมจอร์จยังบอกผมอีกว่า ‘นายเอาไปเลย 2.5 เปอร์เซ็นต์ของ Star Wars ถ้านายยอมให้ฉันได้ส่วนแบ่ง 2.5 เปอร์เซ็นต์ของ Close Encounters เหมือนกัน’ ผมเลยรับพนันเขาอะ”

แน่นอนว่าหนังของสปีลเบิร์กไม่ได้แป้ก มันทำเงินไปถึง 303 ล้านเหรียญฯ หากแต่นั่นยังเทียบกันไม่ได้กับความสำเร็จระดับปรากฏการณ์ของ Star Wars ที่กวาดไปถึง 775.4 ล้านเหรียญฯ และงอกหนังภาคต่อตามมาอีกจำนวนมาก เป็นอันว่า เมื่อคิดจากเปอร์เซ็นต์ที่ควรจะได้จากการเดิมพันในครั้งนี้แล้ว สปีลเบิร์กรับทรัพย์ไปเต็มๆ 40 ล้านเหรียญฯ จากความสำเร็จในครั้งนี้ของ Star Wars “Close Encounters ไม่ได้ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่อะไร หากแต่ Star Wars คือปรากฏการณ์” สปีลเบิร์กเล่าอย่างสุขใจ

ถัดจากนั้น ลูคัสเดินทางออกจากลอสแองเจลิสไปยังฮาวาย และชวนสปีลเบิร์กมาด้วย หากแต่ตอนนั้นเจ้าหนุ่มสปีลเบิร์กที่ดังระเบิดเป็นพลุไปแล้วจากหนังฉลาม กำลังลังเลกับเส้นทางต่อไปของเขาเพราะถูก ชับบี บร็อคโคลี โปรดิวเซอร์หนังชื่อดังชวนให้ไปกำกับแฟรนไชส์ยักษ์อย่าง James Bond

“พวก ฉันมีบางอย่างแจ่มกว่านั้นมาเสนอนาย” ลูคัสว่า “มันเรียกว่า Raiders of the Lost Ark นายสนใจไหม”

และที่ชายหาด บนเกาะแห่งหนึ่งในฮาวายนั่นเอง ที่สปีลเบิร์กบอกปัดการกำกับหนังสายลับชาวอังกฤษ เพื่อเริ่มการผจญภัยของ อินเดียนา โจนส์ ซึ่งในเวลาต่อมาได้กลายเป็นหนังมหากาพย์ทำเงินอีกเรื่องของเขา

ภายหลัง ลูคัสให้สัมภาษณ์ว่า หนึ่งในความเพลิดเพลินของเขาคือการได้ดูสปีลเบิร์กกำกับหนัง “มันเหมือนกับการได้ดูอัลเบิร์ต ไอไตน์หรือโธมัส เอดิสันทำงาน มันเหมือนการได้ดูไมเคิล จอร์แดนหรือไทเกอร์ วูดส์ลงแข่ง คืออัจฉริยะสักคนที่คุณพอจะนึกชื่อออกน่ะ”

ภายหลัง สปีลเบิร์กยังไปช่วยลูคัสออกแบบฉากบางฉากใน Star Wars: Episode III – Revenge of the Sith (2005) เพราะอยากทดลองและทำความเข้าใจกระบวนการทำงานของเทคนิคงานซีจีจากบริษัท Industrial Light & Magic ของลูคัส (ก่อนที่ในเวลาต่อมา เขาจะเป็นหนึ่งในคณะกรรมการสำคัญของ ILM ด้วย) ฟากลูคัสเองก็ยินดีอย่างยิ่งที่สปีลเบิร์กมาช่วยเพราะเขารู้สึกว่าลำพังหน้าที่กำกับ, เขียนบท, โปรดิวซ์นั้นหนักเกินไปสำหรับเขามาก (ส่วนฉากที่สปีลเบิร์กออกความเห็นนั้นคือฉากสุดอลังอย่างการดวลดาบไลต์เซเบอร์ระหว่าง โอบี วัน กับ ดาร์ธ เวเดอร์!) ต่อมานั้น ลูคัสช่วยเขียนบท Indiana Jones and the Kingdom of the Crystal Skull (2008) ให้สปีลเบิร์กด้วย

“คนมาดูหนังเพราะอยากดูความสามารถอันล้นเหลือของสตีเวนในฐานะผู้กำกับ ให้คนอื่นมาทำหนังของเขาก็ทำไม่ได้แบบเขาหรอก เขาจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น” ลูคัสกล่าว ขณะที่สปีลเบิร์กนั้นพูดถึงลูคัสอย่างชมเชยอีกทีว่า  บาคาร่า

“คนที่ผมสบายใจที่จะร่วมงานได้มากที่สุดคือจอร์จ ลูคัสครับ เขาคือหัวหน้าที่เยี่ยมที่สุดเท่าที่ผมเคยมี และเป็นหัวหน้าที่เปี่ยมพรสวรรค์ที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นด้วยเหมือนกัน”…